สองโจรรุมทำคนแก่หวังเอาเงิน 5000 บาท

               ขณะนี้กำลังมีคลิปที่กำลังแชร์กันผ่านทางโลกออนไลน์จากเพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ ในคลิปจะเห็นว่ามีชายเสื้อดำเดินผ่านชายชราซึ่งน่าจะเป็นคนเร่ร่อนที่นอนอยู่ตรงริมถนนซึ่งหลังจากที่เขาเดินผ่านอยู่ๆเขาก็ทำร้ายคนชราดังกล่าวโดยบริเวณดังกล่าวนั้นมีชายเสื้อสีฟ้าเดินผ่านมาด้วยลักษณะคล้ายเหมือนจะเข้าไปห้ามชายชุดดำแต่พอผ่านไปไม่ถึง 2 วินาทีในคลิปวีดีโอจะเห็นว่าชายเสื้อฟ้าได้มีการไปกระตุกกระเป๋าของชายชราและยังทำร้ายชายชราหลังจากนั้นชายชุดดำและชายเสื้อฟ้าก็พากันหลบหนีไป

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ทางนักข่าวได้มีการลงพื้นที่และได้เจอกับชายชราที่ถูกทำร้ายดังกล่าวทราบว่าชื่อว่านายปรีชาอายุ 71 ปีโดยนักข่าวไปพบเขาอยู่ตรงถนนนครสวรรค์ 93 เขตป้อมปราบศัตรูพ่ายซึ่งสภาพของชายชรานั้นมีร่องรอยการถูกทำร้ายอย่างชัดเจนใบหน้าปูดบวมและเขียวช้ำที่แขนก็ยังมีการติดพลาสเตอร์ยาโดยนายปรีชาได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่าเมื่อช่วงกลางคืนประมาณ 22:00 นของวันที่ 19 เดือนเมษายนขณะที่ตนเองนั่งอยู่ริมถนนก็มีคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ขับผ่านมา

หลังจากนั้นก็จอดรถและลงมาทำร้ายซึ่งหนึ่งในคนร้ายได้มีการกระชากกระเป๋าเงินของตนเองไปด้วยโดยตาปรีชาบอกว่าไม่สามารถสู้แรงคนร้ายได้เนื่องจากคนร้ายมีแรงเยอะและตรงที่มีการโดนรุมทำร้ายก็ไม่มีใครผ่านมาเห็นเนื่องจากช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเคอร์ฟิวแล้วปรีชายังบอกอีกว่ากระเป๋าที่ทำคนร้ายกระชากไปนั้นมีเงินอยู่ในกระเป๋าประมาณ 5,000 บาท

และมีสมุดบัญชีและบัตรประชาชนของตนเองอยู่ในนั้นด้วยซึ่งขณะที่ให้สัมภาษณ์ตาปรีชาก็ร้องไห้ไปด้วยและยังฝากบอกไปถึงโจรด้วยว่าอยากได้เงินคืนเนื่องจากว่าตนเองก็ไม่มีเงินมากนักเพราะเป็นคนจนเช่นเดียวกันต่างๆที่เรื่องราวนี้มีการแชร์ในโลกออนไลน์ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนางเลิ้งก็ได้มีการติดตามหาตัวคนร้ายและเมื่อเช็คไปทางญาติของชายชราก็พบว่าชายคนดังกล่าวไม่ใช่คนเร่ร่อนเพียงแต่ว่าชอบมาเดินเล่นอยู่ริมถนนซึ่งเขามีบ้านอยู่แถวๆบริเวณที่เกิดเหตุ

โดยชายคนดังกล่าวจะมีลูกสาวส่งเงินมาให้ใช้ทุกเดือนแต่เนื่องจากว่าอายุมากแล้วจึงมักจะหลงๆลืมๆหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการแกะรอยจากกล้องวงจรปิดตามท้องถนนก็พบตัวคนร้าย 2 คนเรียบร้อยแล้วซึ่งให้การรับสารภาพว่าช่วงนี้มีปัญหาเรื่องของเงินไม่พอใช้และต้องการนำรถไปซ่อมจึงได้ก่อเหตุ ป้ากระชากกระเป๋าสตางค์ของชายชราคนดังกล่าว

 

สนับสนุนเรื่องราวมาจาก  entaplay ดี ไหม

ผูกคอตายประชดพิษโควิด-19    

 

       ถ้าพูดถึงปัญหาด้านการเงินตอนนี้สามารถบอกได้เลยว่าทุกครอบครัวมีปัญหาเหมือนกันหมดทั่วประเทศไม่ว่าจะเป็นคนที่หาเช้ากินค่ำหรือแม้แต่คนที่ประกอบอาชีพเป็นเจ้าของกิจการเองหรือเป็นพนักงานบริษัทก็ตามแต่ต่างก็ได้รับผลกระทบกันทั้งสิ้นและกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือพวกหาเช้ากินค่ำซึ่งมีหลายคนที่เมื่อได้รับผลกระทบแล้วรู้สึกท้อแท้ในชีวิตและสิ้นหวังหมดกำลังใจจนพวกเขาเหล่านั้นฆ่าตัวตายซึ่งมีหลายชีวิตที่ฆ่าตัวตายเพราะเหตุการณ์เกิดการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าหนึ่งในนั้นคือคุณป้าท่านหนึ่งที่จังหวัดกำแพงเพชรคุณป้ามีอายุ 57 ปี

ซึ่งคุณป้าอยู่กับคุณแม่ และหลานๆรวมเป็น 4คนโดยทั้งคู่มีอาชีพขูดมะพร้าวขายแต่หลังจากที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสรายได้ที่เคยมีวันละ 400 บาทถึง 500 บาทก็หดหายลงซึ่งบางวันก็ไม่มีรายได้เข้ามาเลยคุณป้าวัย 57 ปีเคยส่งลงทะเบียนขอเงินเยียวยา 5 พันบาทแต่ก็ถูกปฏิเสธจึงไม่มีเงิน 5,000 บาทนั้นมาใช้ในครัวเรือนทำให้คุณป้ารู้สึกท้อแท้สิ้นหวังเคยไปปรับทุกข์กับญาติพี่น้องและเพื่อนบ้าน

ซึ่งหลังจากที่ประสบปัญหาอย่างหนักและไม่สามารถหาทางออกได้คุณป้าวัย 57 ปีจึงได้ทำการผูกคอตาย ซึ่งคุณป้าได้ผูกคอตายหน้าบ้านของตนเองนั่นเอง แล้วจากที่คุณป้าเสียชีวิตไปแล้วแม่วัย 78 ปีก็ไม่มีเงินที่จะทำศพซึ่งหลังจากข่าวนี้ได้มีการแชร์ออกไปต่างก็มีคนเห็นใจในตัวของคุณแม่วัย 78 ปีกันเป็นอย่างมากเพราะต่อไปนี้แม่จะต้องมีการใช้ชีวิตอยู่โดยที่ไม่มีลูกสาวคอยช่วยเหลืออีกทั้งตัวคุณแม่เองก็เป็นผู้สูงอายุและยังต้องดูแลหลานอีก 2 คนดังนั้นชาวโซเชียลจึงได้รู้สึกเห็นใจจึงพากันรวบรวมเงินส่งมาช่วยเหลือแม่ของผู้เสียชีวิต

โดยหลังจากนี้ทางแม่ของผู้เสียชีวิตได้นำเงินช่วยเหลือบางส่วนมาจากงานศพให้ลูกสาวตนเองและบางส่วนก็จะเก็บเป็นคนเอาไว้ใช้จ่ายซึ่งแม่ของผู้เสียชีวิตได้มีการกล่าวฝากกับนักข่าวถึงผู้ที่มีจิตใจดีนำเงินมาบริจาคช่วยเหลือในครั้งนี้ว่าถ้าหากไม่มีผู้ที่นำเงินมาช่วยเหลือตัวแม่เองก็ไม่รู้ว่าจะจัดงานศพของลูกยังไงก็ไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อข้าวกินอยู่แล้วตอนนี้

       ในสถานการณ์ตอนนี้ทุกคนต่างท้อแท้สิ้นหวังไร้คนป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและหลายคนไม่อยากมีชีวิตอยู่เพราะถึงแม้ไม่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาก็อาจจะต้องอดตายซึ่งตอนนี้ผู้คนส่วนใหญ่เริ่มไม่กลัวการติดเชื้อกันแล้วแต่กลัวกับการที่จะไม่มีเงินซื้อข้าวกินแล้วต้องอดตายกันมากกว่าถึงแม้ว่าปัจจุบันทางรัฐบาลจะมีการออกนโยบายมาช่วยเหลือประชาชนแต่ก็เป็นนโยบายที่ออกมาแล้วไม่สามารถช่วยเหลือประชาชนที่อดอยากปากแห้งได้อย่างจริงจังจึงทำให้หลายคนต้องคิดสั้นฆ่าตัวตายเพราะสิ้นหวังและไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้แล้ว

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  bk8 casino

พืชไม้ประดับนอกจากจะสวยแล้วยังมีพิษอีกด้วย

หากได้กล่าวถึงต้นไม้สิ่งแรกเลยที่เรานั้นจะคิดถึงนั้นก็คือสิ่งที่สวยงามสิ่งที่ทำให้สดชื่นรวมไปถึงสิ่งต่างๆอีกเยอะแยะมากมาย และถ้าหากว่าไม่ได้มีต้นไม้ที่ไม่มีประโยชน์ และบนโลกนี้มันก็อาจจะมีต้นไม้ที่มีพิษด้วยเช่นกันวันนี้เราได้นำพืชไม้ที่มีพิษเอามาให้ได้เห็นกันว่าในพื้นที่บ้านเรานั้นมีพืชชนิดนี้อยู่หรือป่าวกับต้นไม้ที่มีความอัตรายต่อตัวคุณได้

สาวน้อยประแป้ง

สำหรับต้นสาวน้อยประแป้งนั้น ซึ่งมันได้เป็นพืชไม้ประดับที่มันได้มีถิ่นฐานมาจากหมู่่เกาะอินดีสตะวันตก และ อเมริกาใต้ ซึ่งมีจะมีลักษณะที่ลำต้นที่ตรงจะมีใบออกเป็นรูปของวงรีใบนั้นจะเป็นมุมใบที่แหลมและจะมีสีขาวประปนไปทั่วทั้งใบและมันจะมีดอกที่ดูเหมือนกับดอกหน้าวัว ซึ่งมันจะมีสีเขียวอ่อนที่เหมือนกับไข่ไก่ เนื่องจากนี้สิ่งที่มันได้ทำให้ตกใจนั้นก็คือสิ่ง

ในส่วนของต้นไม้ชนิดนี้มันจะมีส่วนที่จะช่วยละลายสารพิษที่ชื่อว่าแคลเซียมออกซาเลตด้านสารโปรตีนและชนิดเอนไซม์ในบางจำพวกที่มันจะสามารถย่อยโปรตีนได้ ซึ่งหากเราเอาผิวหนังของเรานั้นเข้าไปถูกโดนที่น้ำยางของมันนั้นก็จะมีผื่นแดงและอาการคันและนอกจากนี้หากใครที่ได้รับประทานมันเข้าไปก็หากจะทำให้ด้านทางเดินของอาหารนั้นได้มีอาการที่ปวดแสบปวดร้อนทางด้านของช่องปากลำคอทางเดินส่วนของอาการและท้องหรือแม้แต่มันจะทำให้เรานั้นเสียชีวิตลงได้

ต้นลิลลี่

สำหรับต้นลิลลี่นั้นเป็นพืชไม้ดอกไม้ประดับที่ได้มีถิ่นอยู่ที่ทางตะวันออกกลาง ทั้งยังมีอยู่อีกหลายสายพันด้วยกัน เนื่องจากนี้พืชไม้ลิลลี้นั้นได้มีส่วนเก็บอาหารนั้นอยู่ที่ใต้ดินลักษณะของกรีบนั้นจะมีด้วยกันทั้งหมดหกกรีบจะมีเกรสอยู่ตรงกลางดอก

ซึ่งมันจะมีสีที่แตกต่างจากกันอีกเยอะแยะมากมาย ถึงแม้ว่ามันจะเป็นพืชไม้ประดับที่มีความสวยงามมากขนาดไหน แต่เมล็ดและรากเง่าของมันนั้นจะเต็มไปด้วยพิษทั้งหมด หากมีสัตว์หรือคนหลงไปกรับประทานมันเข้าไปก็จะมีลักษณะอาการคลื่นไส้ท้องเสียและยังถ่ายออกมามีเลือดปนออกมาพร้อมกับอุจจาระทั้งนี้ยังส่งผลทำให้ไตของเรานั้นถูกทำลายอีกด้วยทั้งนี้ยังไม่หมดมันยังทำให้ระบบกล้ามเนื้อของเรานั้นไม่มีแรงหรืออ่อนแรงลงจึงเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคอัมพาตได้ เนื่องจากนี้แล้วรู้เอาไว้เพื่อเป็นความรู้และอยู่ให้ห่างจากมันจะดีกว่าถึงแม้ว่ามันจะมีรูปลักษณะที่มีสีสันสวยงามขนาดไหนก็ควรหลีกเลี่ยงจะดีกว่า

มวลกดอากาศต่ำของขั่วโลก

มนุษยชาติถือได้ว่าเป็นเผ่าพันธ์สิ่งมีชีวิตที่ครอบครองดาวเคราะห์โลกอยู่ในปัจจุบันมนุษย์มีมันสมองที่มีวิวัฒนาการมากกว่าสัตว์ทุกชนิดบนโลกใบนี้ที่นำไปสู่การสร้างอารยธรรมและก่อกำเนิดเทคโนโลยีเพื่อสร้างโอกาสในการอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ได้มากกว่าสิ่งที่มีชีวิตใดๆวันนี้เราจะพามาพบกับEXTREMEที่มันอาจจะทำให้มนุษยชาตินั้นได้สูญพันธุ์ได้ในอนาคต

Polar Vortex

หากได้พูดถึงPolar Vortexซึ่งเชื่อว่าหลายคนก็คงอาจะไม่ค่อยได้คุ้นเคยกันเท่าไรนักและสำหรับปรากฏการณ์นี้ในปัจจุบันก็ได้เริ่มมีการเกิดขึ้นในพื้นที่แคนาดาและอเมริกาเหนือจึงได้ทำให้มีอากาศที่หนาวเย็นและได้มีอุณหภูมิที่ลดต่ำลงได้ถึงประมาณลบ50องศาเซลเซียสในความเลวร้ายของสภาพอากาศเช่นนี้มันสามารถเกิดขึ้นมาได้อย่างไรเราจะมาเรียกรู้กันPolar Vortexมันคือมวลการกดของอากาศที่ต่ำที่มีขนาดใหญ่ขั่วโลก

ที่มีอากาศหนาวเย็นอยู่โดยรอบๆโดยคำว่าVortexนั้นหมายถึง ทิศทางในหารหมุนของกำลังลม ซึ่งไหลวนรวมกันในทิศทางทวนเข็นนาฬิกา

สูงขึ้นไปในชั้นบรรยากาศ กักกักอากาศหนาวเย็นไว้ที่บริเวณขั่วโลกแต่ทั้งนี้ระหว่างช่วงฤดูหนาวในซีลโลกเหนือลมวนPolar Vortexที่มีขนาดใหญ่นี้จะเกิดการบิดเบี้ยวและไม่อยู่ตัวที่ขั่วโลกและจะเกิดการขยายการแพรอิทธิพลเคลื่อนตัวต่ำลงมาและพาอากาศที่หนาวเย็นจากขั่วโลกเหนือนั้นลงมาด้วยสาเหตุที่ทำให้เกิดPolar Vortexได้เป็นผลจากการที่โลกของเราเผชิญกับภาวะโลกร้อนซึ่งได้มาจากชั้นโอโซนจากชั้นบรรยากาศที่ขั่วโลกนั้น

ได้ถูกทำลายเกิดความแปรผันของความกดอากาศซึ่งทำให้เกิดความหนาหนักของPolar Vortexลกลงและไหลเลื่อนออกจากนอกวงปกติโดยปกติแล้วนั้นPolar Vortexได้หมุนวนประจำอยู่เหนือขั่วโลกเหนือโดยมีลมกดหรือเจ๊ดธีมซึ่งมันได้เป็นกระแสลมที่ไหลแรงอยู่ชั้นบรรยากาศ

โดยกำลังกดที่ได้มีกำลังลมแรงมากที่สุดนั้นก็คือลมกดขั่วโลกหรือโพล่าเจ๊ทซึ่งคอยควบคลุมให้Polar Vortexได้มีการพัดวนอยู่ที่วงขั่วโลกเท่านั้นและเมืองลมกดขั่วโลกนั้นได้รับอิทธิพลจากระบบความกดอากาศที่สูงมันจึงได้เกิดอากาศแปรปรวนที่ได้ไหลลงมาทางด้านทิศใต้มากกว่าปกติ

จึงได้ทำให้มวลอากาศหนาวเย็นจากขั่วโลกที่มันได้เพื่อแพร่ลงมายังที่พื้นที่อเมริกาเหนือนั่นเองทั้งนี้ยังแม่น้ำหลายสายต่างๆก็จะเต็มไปด้วยของกดอากาศที่จะทำให้น้ำนั้นเป็นกลายมาเป็นน้ำแข็งไปทั่วทุกพื้นที่มุมทวีปอเมริกาที่จะทำให้มีแต่น้ำแข็งนั้นอยู่ตลอด

อาลัย ตั้ว กีรติ เสียชีวิตนานนับเดือนไม่มีใครรู้

 เป็นข่าวที่โด่งดังอย่างมากอยู่ในขณะนี้เกี่ยวกับการเศษชนิดของคุณตู้กีรติดีไซเนอร์ชื่อดังของเมืองไทยซึ่งมีคนมาพบว่าเป็นศพอยู่ในบ้านพักของตนเองหลังจากที่มีการเสียชีวิตมาแล้วเกือบเดือนด้วยกันโดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากว่าเพื่อนบ้านสังเกตเห็นว่าคุณตู้กีรติ

ซึ่งปกติแล้วมักจะออกมากวาดใบไม้ที่หน้าบ้านอยู่เป็นประจำกับพบว่าไม่เห็นออกมากวาดใบไม้เลยนานเกือบเดือนทำให้เพื่อนบ้านสงสัยว่าคุณตั้วกีรติไปไหนเพราะ เป็นบ้านยังคงได้ยินเสียงปั๊มน้ำของที่บ้านของคุณโจ้กีรติทำงานอยู่แต่กลับไม่พบว่าออกมาเดินเล่นในบริเวณบ้านของตนเอง

เลยถามเพื่อนบ้านจึงได้มีการประสานงานไปทางญาติของคุณกีรติเพื่อให้มาดูว่าคุณธุรกิจยังสบายดีอยู่หรือไม่และเมื่อทางญาติเดินทางมาถึงก็พบว่าคุณตั้วปกตินอนเสียชีวิตอยู่ตรงบันไดชั้นล่างของบ้านพักจากนั้นจึงได้มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบสาเหตุการตาย

ซึ่งผลปรากฏว่าจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่บ้านของคุณเองนั้นเกิดจากการเสียชีวิตเนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพไม่ได้เกิดจากสาเหตุของการถูกฆาตกรรมแต่อย่างใดเพราะกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพได้ว่าครั้งสุดท้ายที่กล้องวงจรปิดจับภาพของคุณกีรติได้นั้นมีลักษณะของการเดินโซเซเหมือนมีอาการไม่สบาย

หลังจากนั้นไม่นานก็พบว่าคุณกีรติได้ล้มลงที่พื้นและมีอาการกลิ้งไปกลิ้งมาเหมือนกับทรมาน อย่างมากและหลังจากนั้นคุณ ตั้ว กีรติ  ก็นอนอยู่ตรงนั้นไม่ได้ลุกหายไปไหน ซึ่งภาพของกล้องวงจรปิดจะเห็นว่าหลังจากที่เขาล้มลงแล้ว 2 วันต่อมายังมีการกลิ้งไปกลิ้งมาแต่ก็ไม่ลุกขึ้นจนในที่สุดร่างของเขาก็สงบนิ่งซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่านั่นคือการเสียชีวิตของคุณ  ตั้ว กีรติ นั่นเอง

โดยทางญาติได้ให้ข้อมูลกับทางตำรวจและผู้สื่อข่าวว่าสาเหตุที่ไม่เคยมีใครเดินทางมาหาคุณกีรติเลยงั้นก็เพราะว่าก่อนหน้านี้แม่ของคุณ   ตั้ว กีรติ  เสียชีวิตและทุกคนคิดว่าคุณ   ตั้ว กีรติ ต้องการทำใจและต้องการอยู่กับตัวเองเงียบจึงไม่มีใครกล้ามารบกวนเลยทำให้ไม่มีใครรู้ว่าคุณ ตั้ว กีรติ  เสียชีวิตไปตั้งแต่เมื่อไหร่

ซึ่งเรื่องราวการเสียชีวิตของคุณ ตั้ว กีรติ ได้เผยแพร่ออกไปดารานักแสดงเป็นจำนวนมากต่างก็มีการโพสต์ไว้อาลัยเพราะคุณ ตั้ว กีรติ ถือว่าเป็นดีไซเนอร์ชื่อดังที่ใครทุกคนก็รู้จักและเคยร่วมงานกันเป็นอย่างดี 

         เหตุการณ์ในครั้งนี้ต้องเป็นอุทาหรณ์ให้หลายๆคนคอยดูแลสอดส่องญาติมิตรของตนเองว่าหากหายไปนานควรจะมีการพบปะติดต่อสอบถามสาธุสุขดิบบ้างเขาไม่เช่นนั้นหากเกิดอะไรขึ้นเราก็จะไม่ทราบเลย 

เปิดสินทรัพย์ของผู้นำประเทศเกาหลีเหนือ

หากลองนึกถึงมหาเศรษฐีระดับโลกก็คงจะหนีไม่พ้นจากรายชื่อนิตยาสารที่ได้มีการจัดอันดับในแต่ละปีแต่ก็ยังมีเศรษฐีอยู่อีกหนึ่งกลุ่มซึ่งเมื่อได้เปิดสินทรัพย์ต่อสาธารณะชนด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง 

Kim Jong Un

สินทรัพย์สุทธิที่คาดการณ์คือประมาณ5,000ล้านดอนลาร์ผู้นำประเทศเกาหลีเหนือยังไม่ทราบที่มาที่ไปของความมั่งคั่งที่ได้อย่างแน่ชัดแต่ก็ยังมีการที่คาดการณ์เอาไว้ว่าความมั่งคั่งนี้มาจากทางธุรกรรมที่ไม่สุจริตเกาหลีไต้และสหรัฐก็ได้ร่วมมือกันเพื่อตรวจสอบกันอย่างละเอียดและก็ยังได้ค้นเจอว่าเขานั้นได้กระจายในการซ่อนสินทรัพย์ไปตามยังธนาคารต่างๆไปทั่วโลกมากกว่า200กว่าแห่งด้านเงินงบประมาณที่เกาหลีใต้ได้ถูกจ่ายให้เป็นค่าแรงของคนงาน

และเป็นค่าทำเนียมให้แก่นิคมอุตสาหกรรมร่วมแกซองประมาณ70%นั้นได้ถูกเกาหลีเหนือได้ยัดย้ายถ่ายเทไปใช้เพื่อสนับสนุนโครงการที่พัฒนาอาวุธและซื้อของที่ฟุ่มเฟือยให้กับKim Jong Unการเปิดเผยของเกาหลีใต้นับได้ว่าได้เป็นการที่ได้ออกมายอมรับอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกด้วยว่าแรงงานชาวเกาหลีเหนือประมาณ50,5000คนที่นิคมอุตสาหกรรมแกซองได้รับค่าจ้างเพียง160ดอนลาร์หรือประมาณ5,600บาทต่อเดือนเท่านั้น

และจากรายงานนั้นก็ได้พบว่านายKim Jong Unผู้นำของเกาหลีเหนือผู้ที่ใช้ชีวิตอย่างหรูหราคนนี้ได้ใช้เงินเพื่อที่สนองในความที่จะต้องการในของตัวเอง ซึ่งก็ได้เป็นเงินจำนวนประมาณ716ล้านดอนลาร์หรือประมาณ21,400ล้านบาทคิดเป็นรายจ่ายสองเท่าของนายคิมจองอิลผู้ที่เป็นบิดาและในเงินจำนวนมากนี้ได้ถูกใช้ไปกับรถLUXURY CARSนับ10คันเปียโนจำนวนราคาแพงเป็นจำนวนมากเหล้าชั้นดีที่หนีภาษีโรงภายยนต์ส่วนตัว

ซึ่งสามารถบรรจุผู้ชมได้มากสุดกว่า1,000คนรวมทั้งรักรอบนำงาช้างจากเอฟริกาอย่างไรก็ตามรายงานระบุว่าKim Jong Unได้ใช้งบประมาณเพื่อที่สนองตันหาตนเองและได้ใช้งบประมาณเพื่อช่วยเหลือจากนานาชาติไปกับการบริหารประเทศรวมทั้งในโครงการผลิตอาวุธนิวเคลียร์แต่ประชาชนที่เป็นจำนวนมากนั้นได้อดยากปากแห้งแต่สำหรับในการใช้จ่ายของเกาหลีเหนือนั้น

จากแหล่งข่าวทางการทูตก็ได้ระบุว่าเกาหลีเหนือนำเข้าอุปกรณ์ห้องซาวน่า ซึ่งได้มาจากฟินแลนด์และเยรมันนี ซึ่งนายKim Jong Unได้ชอบดื่มและชอบจัดงานเลี้ยงเช่นเดียวกันกับบิดาของเขาทั้งยังสั่งอุปกรณ์มาเพื่อขจัดอากาศเมาค้างและจากการเหนื่อยล้าจากการสังสรรค์มาทั้งคืนขณะที่วายและเครื่องดื่มที่มีราคาแพงก็ได้ถูกนำเข้ามามากกว่าสมัยบิดาของเขาซะอีกแหล่งข่าววงในยังเผยอีกว่าเกาหลีเหนือนำเข้าอุปกรณ์หิมะเทียมและกระเช้าลอยฟ้า

สำหรับที่ขึ้นไปที่รานสกีส่วนตัวเกาหลีเหนือยังได้ชื่อว่าเป็นผู้นำเข้าพันธุ์สุนัขชิสุมาจาดจีนมาตั้งแต่สมัยบิดาของเขาแล้วแต่พอมาถึงยุคนายKim Jong Unมีการนำเข้าพันธุ์นัขเยรมันเช็คเพลิงและสายพันธุ์อื่นจากเซอร์วิสเซอร์แลนด์เป็นประจำทุกปีรวมถึงอุปกรณ์การเลี้ยงสุนัขสุดหรูราคาแพงอีกด้วย

เมื่อประชาชนไม่ยอมกักตัวอยู่ในบ้าน

เมื่อประชาชนไม่ยอมกักตัวอยู่ในบ้านตำรวจอินเดียจึงต้องงัดวิธีการเด็ดเข้ามาช่วยด้วยการใส่หน้ากากเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อต้องการให้ประชาชนกลัว 

    เป็นเรื่องที่น่าต้องวนไปสำหรับหลายๆประเทศเมื่อรัฐบาลออกมาประกาศให้ทุกคนช่วยกันระวังการติดเชื้อไวรัส โควิด-19  ด้วยการพยายามให้กักบริเวณตัวเองอยู่แต่ในบ้านไม่ออกมาข้างนอกรวมถึงให้สวมใส่หน้ากากอนามัยและใช้เจลล้างมือซึ่งวิธีการนี้เป็นวิธีการขั้นต้นของทุกประเทศที่รัฐบาลออกมาประกาศขอความร่วมมือกับประชาชนทุกคนไม่ว่าประเทศไหนก็ตามก็มักจะมีผู้คนพยายามฝ่าฝืนสิ่งที่รัฐบาลพยายามร้องขอเพื่อให้ช่วยกันลดปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  หนึ่งในประเทศที่มีปัญหาเดียวกันนี้

ก็คือประเทศอินเดียซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอินเดียมักจะพบว่าชาวบ้านไม่ยอมให้ความร่วมมือในการที่จะกักบริเวณตัวเองอยู่แต่ในบ้านตามที่ราชการทำการร้องขอและถึงแม้ทางรัฐบาลจะได้ออกมาตรการขั้นเด็ดขาดด้วยการประกาศเคอร์ฟิวแต่ก็ไม่สามารถยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ได้รวมถึงไม่สามารถหยุดการออกนอกบ้านของชาวบ้านได้เลยในปัจจุบันประเทศอินเดียมีผู้ติดเชื้อไวรัสมากกว่า 1000 คน

และยังมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆสาเหตุก็เนื่องจากว่าประชาชนของประเทศอินเดียไม่เชื่อฟังคำสั่งของรัฐบาลและไม่เกรงกลัวกฎหมายถึงแม้ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการหามาตรการมาบังคับให้ประชาชนอยู่ในบ้านแล้วก็ตามซึ่งก่อนวันนี้เราจะเห็นว่ามีนายตำรวจของประเทศอินเดียนำไม้มาฟาดคนที่ไม่กักบริเวณตัวเองอยู่แต่ในบ้านแต่ถึงแม้จะโดนตีโดนฟาดประชาชนก็ยังพยายามที่จะเดินทางออกนอกบ้านกัน

ดังนั้นจึงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจหัวใสคิดค้นวิธีการที่จะสามารถทำให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้านโดยการสร้างหมวกกันน็อคที่เป็นรูปทรงของเชื้อไวรัสโควิด-19  และหลังจากนั้นก็สวมใส่หมวกกันน็อคอันนี้เอาไปหลอกประชาชนที่มีการเดินทางออกนอกบ้าน  ไม่น่าเชื่อว่าวิธีการนี้จะได้ผลดีเกินคาดเนื่องจากว่าหมวกกันน็อครูปทรงโควิด-19 นี้สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนโดยเฉพาะเด็กๆเป็นอย่างมากทำให้ปริมาณประชาชนที่เดินทางออกนอกบ้านลดลงอย่างเห็นได้ชัดฝันว่า 

    สำหรับแนวความคิดนี้เป็นความคิดของสารวัตร  ราเจช   บาบู   ซึ่งเขาเป็นนายตำรวจที่คิดค้นและเป็นผู้สวมใส่หน้ากากนี่เองโดยเขาใส่หน้ากากนี้เที่ยวหลอกชาวบ้านที่เดินทางออกนอกบ้านแทบไม่ได้พักผ่อนซึ่งในขณะที่เขามีการนำหน้ากากนี้ออกไปหลอกชาวบ้านเขา

ก็ให้คำแนะนำและอธิบายถึงความน่ากลัวของเชื้อไวรัสชนิดนี้ให้กับชาวบ้านให้ฟังและไม่น่าเชื่อว่าวิธีการนี้ของสารวัตร  ส่งผลให้จำนวนชาวบ้านที่ได้รับข้อมูลข่าวสารจากทางสารพัดลดปริมาณการออกจากบ้านลงอย่างเห็นได้ชัด 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8

พบม้าจำนวน 30 ตัวตายเรียบในวันเดียว

พบม้าจำนวน 30 ตัวตายเรียบในวันเดียว ที่ อำเภอปากช่อง จังหวัด นครราชสีมา 

  มี เอกสารส่งออกไปถึง ปศุสัตว์จังหวัดทั่วประเทศเกี่ยวกับการต้องสงสัยการแพร่ระบาดของเชื้อโรคซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเป็นเชื้อโรคอะไรเนื่องจากว่าที่อำเภอปากช่องจังหวัดนครราชสีมามีปศุสัตว์แห่งหนึ่งพบว่าม้าตายเป็นจำนวนถึง 30 ตัวด้วยกันในวันเดียวโดยที่ทุกคนน้องไม่รู้สาเหตุว่ามา 30 ตัวนั้น

ตายเนื่องจากสาเหตุอะไรในขณะนี้ทางสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย  จึงได้มีการออกหนังสือเตือนให้กับทุกคนที่มีม้ากรมปศุสัตว์ได้มีการให้เฝ้าระวังม้าที่เลี้ยงอยู่และมีการออกคำสั่งห้ามเคลื่อนย้ายมาชั่วคราวจะมีการหาสาเหตุของการตายของม้าทั้ง 30 ตัวได้ 

     เหตุการณ์ในครั้งนี้ได้มีการนำมาโพสต์เผยแพร่ลงบน Facebook ซึ่งคนที่โพสต์ได้มีการระบุเอาไว้ว่ามีม้าซึ่งเป็นม้าแข่งอยู่ดีๆก็ล้มขาดใจตายทั้งหมดถึง 10 ตัวด้วยกันไม่เพียงเท่านั้นยังมีมาที่เป็นม้ากระโดด ก็มีอาการเดียวกันคืออยู่ดีๆก็ล้มแล้วก็สิ้นไปตายซึ่งม้ากระโดดนี้ตายมากถึง 20 ตัวด้วยกัน

และเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นแค่เพียงวันเดียวเท่านั้นรวมแล้วนะตายภายในวันเดียวถึง 30 ตัวโดยที่ทุกคนก็ไม่ทราบว่าหมาเหล่านั้นเป็นอะไรตายมีสาเหตุมาจากอะไรซึ่งทางแพทย์ที่ดูแลเกี่ยวกับสัตว์กำลังดำเนินการพิสูจน์ด้วยการผ่าศพของม้าที่มีอาการดิ้นแล้วก็ขาดใจตาย 

ทั้งนี้หลังจากที่มีการเผยแพร่เรื่องนี้ออกไปทางสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทยได้ตระหนักถึงปัญหาด้านนี้จึงได้มีการออกเอกสารส่งแจกจ่ายไปยังกรมปศุสัตว์และปศุสัตว์ทั้งหลายทุกจังหวัดทั่วทั้งประเทศไทย ที่มีการเลี้ยงม้าว่าช่วงนี้ห้ามมีการเคลื่อนย้ายม้าไปที่ไหนเด็ดขาด เพราะว่าไม่รู้ว่ามาตั้ง 30 ตัวตาย

เพราะอะไรจะเกิดจากการติดเชื้อโรค  เพราะหากว่ามีการตายเพราะการติดเชื้อโรคจริง เกรงว่าการเคลื่อนย้ายม้าไปที่อื่นจะกลายเป็นการนำเชื้อโรคไปแพร่ให้กับจังหวัดอื่นอื่นด้วย ดังนั้น ตอนนี้เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะมีการแพร่ระบาดของเชื้อโรคในม้า จึงห้ามเคลื่อนย้ายม้าออกจากปศุสัตว์เด็ดขาด

ซึ่งตอนนี้กำลังมีการปรึกษาหารือกันถึงปัญหานี้ และต้องรอผลการตรวจหาสาเหตุการตายของม้าทั้ง 30 ตัวจากสัตวแพทยเสียก่อน

    ได้อ่านข่าวนี้ก็สร้างความตกใจได้มากเหมือนกันเพราะทุกวันนี้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่มีผลกระทบกับคนก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ยังจะมีการแพร่ระบาดสัตว์ของม๊าที่เกิดขึ้นอีกแล้วยังไม่รู้สาเหตุด้วยว่าเกิดจากสาเหตุอะไรซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากลัวเป็นอย่างมากเพราะไม่รู้ว่าม้าตายเพราะอะไรหากเช็คแล้วว่าตายเพราะการติดโรคก็ต้องมาเฝ้าระวังถึงคนอีกว่าจะมีการส่งต่อเชื้อโรคจากม้ามาถึงคนได้หรือไม่ 

นายอำเภอปะทะเดือดกับชาวบ้าน

นายอำเภอปะทะเดือดกับชาวบ้านต้องการห้ามจัดงานเลี้ยงเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 

              มีเหตุการณ์ที่เผยแพร่คลิปการปะทะกันระหว่างทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในอำเภอรวมถึงกำนันผู้ใหญ่บ้านที่เดินทางไปห้ามลูกบ้านไม่ให้มีการจัดงานขึ้นบ้านใหม่โดยในคลิปจะเห็นว่าทางชาวบ้านเองก็ไม่พอใจที่ทางเจ้าหน้าที่มาห้ามปรามเนื่องจากมีอาการเมาสุรากันอยู่สวนทางเจ้าหน้าที่เองก็ต้องการที่จะห้ามไม่ให้จัดงานเนื่องจากว่าเป็นการชุมนุมที่มีคนมาร่วมงานกันอย่างหนาแน่นและแต่ละคนที่เดินทางมาก็ไม่มีใครที่จะสวมใส่หน้ากากอนามัย

หรือมีอุปกรณ์ที่จะเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าเลยเนื่องจากทางอำเภอเองก็ต้องมีการทำตามนโยบายของรัฐบาลที่ขอความร่วมมือประชาชนในการห้ามจัดงานเลี้ยงต่างๆเพื่อเป็นการยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า

ซึ่งในคลิปจะเห็นว่ามีเหตุการณ์ที่นายอำเภอต้องถึงขนาดยกปืนขึ้นฟ้าเพื่อขู่ให้ประชาชนอยู่ในความสงบกันด้วยอาทิตย์นี้ได้มีการเผยแพร่ออกไปก็มีการพูดถึงกันเป็นจำนวนมากทั้งในทางดีและในทางที่ไม่ดีซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้ทราบเรื่องราวดังกล่าวและได้มีการเรียกทั้งสองฝ่ายโดยได้ทั้งทางฝ่ายของหน่วยงานราชการและทางฝ่ายของชาวบ้านออกมาพูดคุยกันจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้มีชาวบ้านจำนวนมากที่ได้ออกมาต่อว่าหน่วยงานราชการที่เข้าไปขัดขวางการจัดงานขึ้นบ้านใหม่เนื่องจากว่าชาวบ้านเองต้องมีการเตรียมงานกันไว้นานแล้วแต่ในส่วนของทางไปอำเภอเองก็เห็นว่าชาวบ้านไม่ได้มีการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนากันเลยจึงเกรงว่าจะเกิดอันตรายและการแพร่ระบาดอย่างกว้างขวางจึงจำเป็นต้องมีการเข้ามาพูดคุย

เพื่อให้หยุดจัดงานดังกล่าวซึ่งส่งผลให้มีการทะเลาะวิวาทกันเกิดขึ้นระหว่างทางเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชนโดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดน่านซึ่งบ้านหลังที่เกิดเหตุเป็นบ้านของ นายใจ  ใจมั่น เป็นชาวอำเภอสองแควซึ่งในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ในอำเภอเองก็มีความผิดที่เข้าไปแจ้งการงดการจัดงานกับทางประชาชน

โดยที่ไม่ได้มีการสวมใส่ชุดของข้าราชการให้ดูว่าเป็นการทำงานอย่างเป็นทางการส่วนประชาชนเองก็มีความผิดในโทษฐานที่ไม่ให้ความร่วมมือกับทางรัฐบาลหรือหน่วยงานราชการในการที่จะยับยั้งการแพร่ระบาดการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า

                 หากเกิดมีการแพร่ระบาดเกิดขึ้นน่าจะมีคนติดเป็นจำนวนมากเพราะในงานมีคนมาร่วมงานจำนวนเกือบ 100 คนซึ่งแต่ละคนต่างก็พากันเมาสุราและไม่ได้มีการป้องกันอะไรเลยดังนั้นหากมีใครคนใดคนนึงที่มีเชื้อไวรัสโคโรน่าอยู่ก็สามารถมาแพร่เชื้อให้กับคนอื่นๆได้เนื่องจากว่าทั้งอาหารการกินที่กินร่วมกันรวมถึงการดื่มสุราที่ใช้แก้วเดียวกันก็เป็นวิธีการที่จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดได้ทั้งหมด

คนเสี่ยงติดไวรัสกันเพียบจากสาวขอนแก่นที่ตรวจพบว่าติดโควิด-19

คนเสี่ยงติดไวรัสกันเพียบจากสาวขอนแก่นที่ตรวจพบว่าติดโควิด-19 หลังจากที่เธอเดินทางกลับจากสนามมวย

    แหล่งที่แพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรน่าได้มากอีกหลังหนึ่งนั่นก็คือสนามมวยซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีดาราและเซียนมวยเป็นจำนวนมากที่เดินทางไปเยี่ยมชมการชกมวยหลังจากนั้นกลับมาได้ไม่นานก็พบว่าตนเองติดเชื้อไวรัสโคโรน่าซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้สามารถทราบได้ว่ากลุ่มที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นไม่ได้มีแค่เพียง 4-5 คนอย่างที่เข้าใจในตอนแรกแต่ปัจจุบันมีการขยายอย่างกว้างขวาง

เนื่องจากว่าคนส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าตัวเองมีเชื้อไวรัสโคโรน่าอยู่ในร่างกายจึงยังออกไปใช้ชีวิตประจำวันตามปกติอย่างเช่นสาวขอนแก่นคนหนึ่งที่เธอเองมีญาติอยู่ในค่ายมวยจึงได้เดินทางไปชมการชกมวยที่สนามมวยราชดำเนินซึ่งเป็นสนามเดียวกันกับดาราแมทธิวดีนและผลปรากฏว่าตัวเธอเองก็ติดไวรัสโคโรน่าเช่นเดียวกันซึ่งกว่าเธอจะรู้ตัวว่าเธอติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นเธอก็ได้เดินทางไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆมากมายหลายที่ซึ่งจะมีการย้อนข้อมูลการท่องเที่ยวของเธอให้ประชาชนได้ทราบกันว่าเธอไปเที่ยวในช่วงเวลาไหนบ้าง

เพื่อที่ถ้าหากใครไปเที่ยวในช่วงเวลาเดียวกันกับเธอตามสถานที่ดังกล่าวนี้ทางรัฐบาลขอความร่วมมือให้มีการประสานงานแจ้งข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อที่จะได้ทำการกักตัวเองเพื่อตรวจสอบหาเชื้อโรคไวรัสโคโรน่าก่อนเนื่องจากว่ากลุ่มคนที่เดินทางไปยังสถานที่เดียวกันกับหญิงขอนแก่นก็คือคนในกลุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั่นเองเรามาดูกันว่าไทม์ไลน์ที่เธอไปนั้นมีที่ไหนกันบ้าง 

  สำหรับทางไทม์ไลน์ ก่อนหน้าที่จะพบว่าสาวขอนแก่นติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นเดินทางไปโรงเหล้ามิตรภาพและเดินทางไปที่ตะวันแดงขอนแก่นไปตลาดหนองไผ่รอมและไปร้านหมูกระทะชิวๆ ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าก่อนที่เธอจะรู้ตัวว่าเธอติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นเธอเดินทางไปมาหลายที่มากและแต่ละที่ก็เป็นจุดที่มีประชาชนอยู่อย่างหนาแน่นอย่างเช่นร้านตะวันแดงขอนแก่นนั้นเธอไปเที่ยวที่นั่นถึง 3 ครั้งด้วยกัน

ซึ่งช่วงเวลาที่เธอเดินทางไปก็จะเป็นช่วงเวลาตั้งแต่เที่ยงคืนยันถึง 3:30 นและช่วงเวลาดังกล่าวจะเป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นรวมถึงจะดื่มเหล้ากันจนเมามายแล้วจึงทำให้เชื่อได้ว่าอาจจะมีหลายคนที่ได้รับการติดเชื้อมาจากสาวขอนแก่นคนดังกล่าวดังนั้นเพื่อการดูแลตัวเอง

ให้พ้นจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาในช่วงเวลานี้ทางรัฐบาลจึงขอความร่วมมือทุกคนงดการเที่ยวสถานบันเทิงต่างๆรวมถึงถ้าหากรู้ว่าอยู่ใกล้กับคนที่มีกลุ่มเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสแล้วก็ให้แจ้งกับทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้านเสื้อทางเจ้าหน้าที่จะได้แนะนำวิธีการตรวจสอบตนเองและวิธีการดูแลตนเองใครทราบ