ลูกสาวโต้คืน หลังตาวัย 80 ออกมาโวยลูกไม่ยอมเลี้ยงดู

ฟังความอีกด้าน ลูกสาวโต้คืน หลังตาวัย 80 ออกมาโวยลูกไม่ยอมเลี้ยงดูหลังมีการยกมรดกให้

     ก่อนหน้านี้ได้มีเหตุการณ์ที่เป็นข่าวดังออกมา ว่ามีพ่อคนหนึ่งได้ยกมรดกที่ดินให้กับลูก และหลังจากนั้นพอลูกได้มรดกที่ดินแล้วก็ไล่พอออกจากบ้านคนที่ได้ฟังข่าวต่างก็พากันสงสารคุณตาคนนี้กันมาก ต่างก็พากันออกมาต่อว่าลูกของคุณตาว่าแค่คนแก่คนเดียวทำไมไม่เลี้ยง

ทำไมลูกต้องทำกับพ่อแบบนี้ ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดมาจากที่คุณตาเดินทางไปที่ศูนย์ดำรงธรรมแล้วไปร้องเรียนว่าตนเองมีที่ดินหลายสิบไร่แต่ได้แบ่งยกเป็นมรดกให้กับลูกหมดแล้วซึ่งคุณตามีลูกทั้งหมด 6 คนและหลังจากยกมรดกให้ไปแล้วลูกทั้งหกคนก็ไม่มีใครดูแลคุณตาเลย

ทำให้คุณตาต้องไปสร้างกระต๊อบเล็กเล็กเป็นที่ซุกหัวนอนแล้วก็ต้องต่อน้ำต่อไฟมาจากบ้านของลูกส่วนสาเหตุที่ต้องมาร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมก็เพราะว่าตอนเองต้องการที่จะเข้าไปสูบน้ำเพื่อที่จะจับปลาในสระของตัวเอง ลูกก็ด่าก็ว่าและบอกว่าพ่อไม่มีสิทธิ์ทำให้คุณตาเลยต้องมาร้องกับศูนย์ดำรงธรรมและเมื่อข่าวนี้ออกไปคนก็พากันด่าลูกว่าแค่เรื่องสูบน้ำทำไมให้พ่อทำไม่ได้ และนักข่าวก็ได้ลงพื้นที่นักข่าวได้ลงไปเจอกับผู้ใหญ่บ้าน

ซึ่งทางผุ้ใหญ่บ้านบอกว่าเรื่องการทะเลาะกันของตากับลูกของตามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงซึ่งทางผู้ใหญ่บ้านเองก็ลำบากใจเพราะต้องเป็นคนกลาง โดยตาต้องการสุบน้ำเพื่อจับปลา แต่ลูกไม่ให้สูบเพราะต้องเก็บน้ำเอาไว้ใช้กับไร่นา ตอนหน้าแล้ง ไม่งั้นน้ำหมดก็จะไม่มีน้ำใช้ และลูกสะไภ้ของตาได้ออกมาให้ข้อมูลกับนักข่าวว่า ที่ดินที่ตายกเป็นมรดกให้นั้นเป็นที่ดินของเมียคุณตาแล้วเมียของตาแบ่งให้ลูกทั้งสามคน 

และที่สำคัญไม่มีลูกคนไหนทิ้งตาเลย โดยที่คุณตาต้องไปอยู่ที่กระต๊อบเพราะคุณตาอยากไปเอง เพราะลูกลูกของตาทุกคน ต่างก็รวมเงินกันสร้างบ้านหลังใหญ่ให้คุณตาอยู่ โดยมีบ้านอยู่ริมน้ำ แต่คุณตาไม่ยอมไปอยู่เองและทุกวันนี้ลูกลูกก็ส่งเงินให้กับคุณตาใช้ เมื่อนักข่าวไปสัมภาษณ์คุณตา คุณตาก็ยังยืนยันว่าลูกไล่ออกจากบ้านซึ่งชาวบ้านที่อยู่ติดกับตาออกมาบอกว่าที่จริงแล้วลูกของตาดูแลตาดีกันทุกคน ที่ไม่อยากให้สูบน้ำเพราะกลัวตาเป็นลม ส่วนที่อยู่ตาไม่ยอมไปอยู่บ้านหลังใหญ่เอง ตาเป็นคนดื้อและเอาแต่ใจ อยู่กับใครไม่ได้ และลูกๆของตาก็กลัวว่าเงินที่ให้ตาไป ตาจะเอาไปให้ผู้หญิงคนอื่นหมด

จ่ายดอกไม่ทัน เจอประจานถึงทีทำงาน

สาวกู้เงินผ่าน Application จ่ายดอกไม่ทัน เจอประจานถึงทีทำงาน

       มีแถลงข่าวจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอส. ว่าทางเจ้าหน้าที่ได้มีการเข้าไปจับกุมคนจีนและคนไทย ที่มาเปิดบริษัทอยู่แถวรัชดา ซึ่งทั้งสองคนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมมานี้ได้มีการเปิด Application ขื้นมาเป็น appที่เชื่อว่า BahtLoan เป็น appที่จะเปิดให้คนมากู้เงิน

ซึ่งในคดีนี้มีผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อว่า นางสาว จามจุรีย์ อายุ 22 ปีและนายหยูตันฮวนอายุ 27 ปี มาช่วยกันตั้งบริษัทเงินกู้แล้วสร้าง application ที่ชื่อว่า BahtLoan ขึ้นมาเพื่อให้คนที่มีปัญหาทางด้านการเงินเข้าไปกู้เงินผ่าน app นี้ ซึ่งลักษณะการใช้งานของ app นี้ก็คือ เราไปดาวน์โหดลแอ็ป BahtLoanมาแล้วก็เข้าใน app หลังจากนั้นก็กรอกข้อมูลการขอกู้เงิน แค่นี้ก็จะได้เงินมาใช้แล้ว ซึ่งจะอนุมัติง่ายกว่าการกู้กับธนาคารมาก แต่ app นี้โหดกว่าธนาคารมาก ตรงที่ หากคนกู้มีการขอกู้เงินกู้ไปเท่าไหร่

ทางผู้กู้จะถูกหักเงินก่อน 50 % หรือครึ่งหนึ่งของเงินที่กู้เลยทันที และจะมีการระบุวันจ่ายดอกเบี้ยเอาไว้ใน app ว่าจะต้องจ่ายวันไหน และจ่ายเท่าไหร่  ซึ่งคดีนี้เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตามจับกุมคนร้ายได้ มีผู้เสียหายเดินทางมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าทีตำรวจถึง 50 คน ซึ่งภายหลังที่เจ้าหน้าที่จับกุมคนร้ายได้แล้วและไปที่บริษัท ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปพบกับพนักงานของบริษัทแห่งนี้กำลังนั่งทำงานกันอยู่มีทั้งหมดเกือบ 50 คนซึ่งทำหน้าที่เป็น call center ตามทวงหนี้

โดยพนักงานเหล่านี้จะมีการส่งข้อความการทวงหนี้เข้าไปที่มือถือของเพื่อนและทีโทรเข้าไปที่ทำงานของคนที่กู้เงิน ซึ่งข้อมูลเบอร์โทรที่บริษัทนี้ได้มานั้นมาจากตอนที่คนกู้กรอกรายละเอียดจะมีข้อความขอเข้าถึงข้อมูลทางโทรศัพท์ซึ่งนี่เองจะเป็นการเปิดโอกาสให้พวกมิจฉาชีพสามารถหาข้อมุลการโทรออก รับสายของคนกู้ได้ และหากเราไม่จ่ายหนี้พนักงาน call center เหล่านี้จะมีการส่งข้อความไปประจานที่เบอร์มือถือของเพื่อนของคนที่กู้ ประมาณว่าเพื่อนคนนี้ของกู้มีการกู้เงินและไม่ยอมจ่ายดอกเบี้ย

ทำให้ตอนนี้เขากำลังจะโดนฟ้องฝากให้ไปบอกเพื่อนของคุณด้วย ปัจจุบันมีคนเสียหายมากกว่า 50 คนและมีหญิงสาวคนหนึ่งที่เป็นผู้ที่เคยใช้ app นี้ได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า ตนเองได้หลงเข้าไปกู้เงินกับ app ดังกล่าวและมีการผิดนัด โดยชำระช้าเกินไป1 วัน ทำให้ถูกคิดค่าจ่ายเงินช้า 300 บาทและยังต้องเสียเงินค่าติดตามทวงหนี้อีก 900 บาทและถ้ายังไม่จ่ายทางบริษัทเงินกู้จะมีการประจานไปที่เพื่อนและบริษัท จนในที่สุดทางบริษัทที่หญิงสาวคนที่ทำงานอยู่ก็เรียกเธอไปตำหนิจนทำให้เธอต้องลาออก 

ลูกจ้างเนรคุณแทงนายจ้างแก่ไป 10 กว่าแผล

ลูกจ้างเนรคุณ แทงนายจ้างแก่ไป 10 กว่าแผล เพียงค่าโดนต่อว่าเรื่องเบิ้ลรถเสียงดัง

    ที่จังหวัดสตุลได้มมีเหตุการณ์คนแก่ อายุประมาณ 71 ปีได้ถูกคนร้ายซึ่งเป็นลูกจ้างวัยเพียง 22 ปีโดยคนร้ายเอาอาวุธมีแทงชายแก่คนดังกล่าวที่มีฐานะเป็นนายจ้างไปจำนวน 10 กว่าแผลทำให้ชายแก่คนดังกล่าวเสียชีวิต ซึ่งเหตุเกิดภายในสวนปาร์มของคนที่เสียชีวิต ซึ่งเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งศพไปตรวจพบว่าคนร้ายได้ใช้มีดแทงทั้งคอและหลังมากกว่า 10 จุดหลังจากแทงคนแก่ตายแล้วคนร้ายยังกลับไปนอนยังที่พักของตนเองได้หน้าตาเฉย

ซึ่งภายหลังที่มีคนพบศพชายแก่ เจ้าหน้าทีตำรวจก็ไปตามจับตัวคนร้ายได้ หลังจากจับกุมได้แล้วคนร้ายได้รับสารภาพและเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ตนเองทำงานเป็นลูกจ้างของผู้ตาย และเมื่อพี่ชายของตนมาหา หลังจากผู้ตายรู้ว่าพี่ชายของตนตกงานก็รับมาเป็นลูกจ้างด้วย ซึ่งทางคนร้ายแจ้งว่าที่ลงมือก่อเหตุเพราะคนตายมักจะชอบมาต่อว่าตนเอง เรื่องที่ตนเองเวลาขับรถเข้ามาทำงานในสวนปาร์มมักจะทำการเบิ้ลรถมอร์เตอร์ไซส์เสียงดัง และมีควันออกมาจากท่อไอเสีย

ซึ่งคนตายมักจะต่อว่าคนก่อเหตุเรื่องนี้อยู่บ่อยบ่อย และในวันเกิดเหตุคนร้ายก็ขับรถเข้ามาทำงานที่สวนปาร์มปกติแต่ระหว่างที่ขับรถเข้ามานั้น คนร้ายก็เหตุคนตายยืนอยู่ข้างทางและกวักมือเรียกคนร้ายให้เข้าไปหาซึ่งพอคนร้ายจอดรถแล้วก็เดินเข้าไปหาคนตาย และถามนายจ้างว่ามีอะไร ซึ่งคนร้ายบอกว่าคนตายได้เรียกเขาเข้าไปต่อว่าด้วยถ้อยคำหยาบคายเรื่องที่เขาเบิ้ลเครื่องเข้ามาในสวนและสั่งให้เขาขับรถให้ช้าช้าหน่อย

เมื่อด่าเสร็จคนตายก็หันหลังเดินจากไป แต่ตัวเองโมโห จึงได้เอามีดที่พกติดตัวมาแทงผู้ตายจากทางด้านหลังทั้งที่คอและที่หลังไปจำนวน 10 กว่าจุด และหลังจากแทงเสร็จแล้วก็ขับรถหลบหนี จนเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตามจับกุมได้ในที่สุด  ซึ่งเมื่อถูกจับกุมไปแล้วได้มีการให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่าอันที่จริงแล้วนายจ้างเป็นคนดี และช่วยเหลือตัวเองมาตลอด

และเมื่อนักข่าวไปสัมภาษณ์ชาวบ้านใกล้ใกล้ต่างก็พากันโกรธแค้นคนร้ายมาก เพราะชาวบ้านหลายคนต่างออกมายืนยันว่าคนตายเป็นคนดี คอยช่วยเหลือชาวบ้านและทุกคนแถวบ้านตลอด ทุกคนรักคนตายกันมาก และไม่เชื่อว่าคนตายจะด่าคนร้ายด้วยถ้อยคำหยาบคาย เพราะตั้งแต่รู้จักกันมาพวกชาวบ้านไม่เคยได้ยินคนตายเคยด่าใครเลยสักครั้งเดียว

เปิดโครงการสมัครใจลาออกเพื่อลดจำนวนพนักงานช่อง3

ในตอนที่ประเทศไทยมีสภาวะเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองอย่างนี้ช่อง3ได้เปิดโครงการสมัครใจลาออกเพื่อต้องการที่จะลดจำนวนประชากรของพนักงานลงโดยต้องการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันการทำงานของพนักงานในองค์กรให้สูงขึ้นและควบคุมขนาดขององค์กรไม่ให้มีขนาดใหญ่มากเกินไป

     หากยังคงจำกันได้เมื่อช่วงปีพ.ศ. 2562 ช่องสามได้มีการเลิกจ้างพนักงานในองค์กรของตัวเองรวมทั้งสิ้น 154 คนโดยในตอนนั้นทางช่องสามนี่ออกมาบอกกับทุกคนว่าต้องการที่จะมีการปรับปรุงโครงสร้างขององค์กร ซึ่งในครั้งนั้นช่องสามได้ประกาศให้พนักงานคนไหนที่ตัดสินใจที่จะลาออกสามารถลาออกได้โดยทางช่องสามจะมีการจ่ายเงินเยียวยาให้เป็นพิเศษซึ่งระบุว่าจะจ่ายให้มากกว่าที่กฎหมายกำหนดให้กับพนักงานที่ลาออกด้วย

โดยช่องสามไม่มีนโยบายที่จะจริงพนักงานออกดังนั้นจึงขอความสมัครใจจากพนักงานหากคนไหนไม่อยากจะทำงานกับช่องสามก็สามารถออกได้ทันทีจนเวลาผ่านเข้ามาในปีพ.ศ. 2563    

ในครั้งนี้ทางช่องสามได้มีประกาศของการออกมาอีกครั้งเป็นโครงการสมัครใจลาออกเนื่องจากในช่วงนี้สภาวะเศรษฐกิจไม่ดีลูกค้าไม่ค่อยซื้อโฆษณาดังนั้นทั้งสามจึงต้องมีการปรับปรุงโครงสร้างขององค์กรให้มีขนาดเล็กลงเพื่อที่จะสามารถดำเนินธุรกิจไปต่อได้โดยโครงการนี้จะเปิดให้พนักงานได้เข้ามาลาออกในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันเหมือนกับปีที่แล้วที่จะไม่มีการบังคับให้พนักงานคนไหนลาออกแต่ทางช่องสามจะให้จิพนักงานแต่ละคนตัดสินใจด้วยกันเองว่าจะอยู่กับองค์กรต่อหรือจะลาออกไปซึ่งของการนี้จะเป็นการให้พนักงานตัดสินใจด้วยตนเองอย่างแท้จริงจะไม่มีการบังคับใดใดทั้งสิ้น

     อย่างที่เราทราบกันดีอยู่ว่าตอนนี้เศรษฐกิจของประเทศไทยไม่ได้ดีเป็นอย่างมากหลายบริษัทต้องปิดกิจการลงเพราะ เพราะปัญหาเศรษฐกิจและยังมีอีกหลายบริษัทที่กำลังจะปิดตัวลงในไม่ช้าและยังมีอีกหลายบริษัทที่ต้องมีการพัฒนาบริษัทของตัวเองเพื่อให้อยู่รอดให้ได้ในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้

อย่างนี้นั่นก็คือช่องสามที่คนไทยรู้จักกันดีในการทำข่าวทำละครที่มีคุณภาพแต่เนื่องจากในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ทางผู้บริหารเล็งเห็นว่าหากปล่อยทิ้งไว้แบบนี้ต่อไปช่องสามอาจจะต้องปิดกิจการตามธุรกิจอื่นๆไปดังนั้นจึงต้องมีการปรับขนาดขององค์กรเพื่อที่ให้ช่องสามยังสามารถอยู่ต่อไปได้และสามารถทำกำไร ให้กับบริษัทโดยไม่ให้ขาดทุนเพื่อที่บริษัทจะได้เติบโตและอยู่ต่อไปได้อย่างมั่นคงในอนาคตข้างหน้าดังนั้นทางช่องสามจึงได้ประกาศโครงการนี้ออกมาเพื่อเป็นทางเลือกให้กับพนักงานว่าจะอยู่กับองค์กรหรือใครจะไปจากองค์กร           

ก่อนหน้านี้ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความ

แฟนจับโป๊ะได้เจอถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วจุ๊บจิ๊บLet  Me In ยอมรับผิด

จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความของผู้ชายคนหนึ่งที่ออกมาเขียนระบายผ่าน Facebook ส่วนตัวของตนเองว่าจับได้ว่าแฟนตัวเองนอกใจไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับใช้อื่นเหตุเพราะเขาไม่พบแปรงสีฟันของเค้าในห้องน้ำของแฟนซึ่งเค้าเคยวางไว้อยู่เป็นประจำแต่กลับหายไปจึงทำให้เขาต้องเป็นคนทั้งขยะดูแล้วพบกับถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วจึงทำให้เค้ารู้ว่าแฟนของเค้านอกใจด้วยการมีชู้

ซึ่งเรื่องนี้หลายคนก็เกิดความรู้สึกสงสารชายหนุ่มที่ต้องมาพบเจอกับเหตุการณ์แบบนี้และต่างก็ให้กำลังใจชายหนุ่มคนดังกล่าวกันเป็นอย่างมากแต่อีกหลายคนในโลกโซเชียลก็หาข้อมูลว่าหญิงสาวคนดังกล่าวคือใครซึ่งทำให้ดูได้รู้ว่าหญิงสาวที่ชายหนุ่มคนดังกล่าวพูดต่อว่านั้นคือน้องจุ๊บจิ๊บจากรายการ Let Me In ซึ่งชายหนุ่มที่มีการโพสต์ข้อความระบายนั้นยังได้บอกกับคนในโลกโซเชียลอีกด้วยว่าตนเองคิดกับเรื่องนี้แล้วและจะไม่มีวันอภัยให้กับจุ๊บจิ๊บเป็นอันขาดซึ่งแน่นอนว่าไม่มีทางที่ทั้งสองคนจะกลับมาคืนดีกันได้อีก

เรื่องราวที่ร้อนแรงและกำลังเป็นที่อื้อฉาวอยู่ในขนาดนี้นั่นก็คือการที่แฟนหนุ่มของโพยตีแสนสวยที่ชื่อว่าจุ๊บจิ๊บได้ออกมาแฉถึงเหตุการณ์ที่ถูกจุ๊บจิ๊บนอกใจโดยมีหลักฐานชัดเจนจากถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วซึ่งฝ่ายชายได้ออกมาบอกว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้สร้างความเจ็บปวดให้กับตนเองเป็นอย่างมากเพราะตัวเองทุ่มเทให้กับแฟนสาวมาโดยตลอดจึงไม่คิดว่าแฟนสาวจะมาทำร้ายตัวเองได้มากขนาดนี้ซึ่งเรื่องนี้นายเอ

ซึ่งขณะนี้ได้เป็นอดีตแฟนของจุ๊บจิ๊บได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า ที่ตนเองจับได้นั่นก็เพราะว่าแปรงสีฟันที่เคยวางคู่กับแฟนสาวของตัวเองหายไปเมื่อถามจุ๊บจิ๊บก็บอกว่าเอาไปเก็บไว้ในตู้จึงทำให้ตนสงสัยโดยเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาถึงสองครั้งทำให้ตนเอะใจลองค้นถังขยะดูจึงทำให้พบกับถุงยางอนามัยตามที่เป็นข่าวดังกล่าวซึ่งหลังจากนี้ตนจะเลิกกับจุ๊บจิ๊บและไม่ขอคืนดีกันอีกส่วนจุ๊บจิ๊บเองก็ได้ออกมาโพสต์ขอโทษยอมรับผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว

อย่างที่เห็นข่าวออกมาตามสื่อต่างๆจะเห้นได้ว่าสังคมเรานั้นได้มีการเปรี่ยนไปจากเดิมค่อนข้างมาก หากเรานั้นจะอยู่กับสังคมอย่างนี้ได้เรานั้นจะต้องรับมือกับมันให้ได้เป็นอย่างดีหรือจะต้องตั้งใจอย่างแน่วแน่โดยการฝึกสมาธิหรือปล่อยวาง หากเรานั้นเครียดไปด้วยก็จะส่งผลเสียขึ้นกับตัวเราได้ในที่สุด จะเห็นได้จากข่าวข้างต้นหรือแม้แต่ข่าวอื่นๆที่เรานั้นได้เห็นอย่างทุกวันนี้

ข้อมูลที่เกี่ยวกับรถยนต์VOLVO940

สำหรับรถยนต์รุ่นนี้ก่อนอื่นเลยก็จะต้องบอกว่ามันเป็นรถที่ดูดีหรูหรามีความกว้างของตัวรถได้เป็นอย่างดีเหมาะแก่สำหรับครองครัวใหญ่ที่มีลูกหลานเยอะๆ และสำหรับรถรุ่นนี้มันมีความพิเศษตรงว่าขนาดใหญ่

อีกทั้งตัวรถนั้นก็ไม่ได้มีอทะจุกจิกมากมายและถ้าใครที่อยากจะซื้อก็ต้องศึกษาหาข้อมูลให้ดีๆก่อนที่จะซื้อเพราะบางทีก็อาจจะได้รถที่มันมีปัญหาตามมาก็เป็นได้อย่างไรก็ตามเรามีความรู้เล็กๆน้อยมาบอกมีดังนี้

VOLVO วอลโว่ 940 

สำหรับ VOLVO940ต้องบอกเลยว่ามันเป็นรถในสไตล์ที่บอกได้เลยว่ามันหรูหราเอามากๆในช่วงในยุคสมัยนั้นลุกชีวิตปลดภัยใน VOLVOหลายๆท่านหลายๆคนก็อาจจะรู้จักกับสโลแกนนี้ก็คงจะต้องมีอายุที่มากพอสมควรซึ่งคนที่มีอายุชอบเล่าให้ฟังนั่นเอง และคราวนี้สำหรับรถยนต์รุ่น VOLVOมันดีอย่างไร

VOLVOรุ่นนี้เป็นรถที่มีความภูมิฐานอีกทั้งมันยังเป็นรถของทางฝั่งยูโรปแต่ถ้าถามหาถึงความจุกจิกมันก็จะไม่มีให้เห็นสักเท่าไหร่และในบรรดารถของยูโรปนั้นถือว่า VOLVOนั้นสามารถที่จะหาอะไหล่ได้พอสมควรแถมในความที่จุกจิกมันก็แถบจะไม่มีแต่เนื่องในณะวันนี้ VOLVO940นั้นถ้าคุณสังเกตมองดีกันดีๆมักจะวางเครื่อง J เรียบร้อยไม่ว่าจะเปฯเครื่อง1 J 2 J

แค่ได้เครื่องยนต์ไปก็ถือว่าคุ้มแล้วสำหรับในราคาแค่เพียง50,000บาทแต่ก็จะต้องเอาไปเก็บเพิ่มเติมอีกเนื่องด้วยรถของสมัยก่อนก็คือความจุกจิกมันก็จะต้องมีกันบ้างแต่ว่ามันก็จะไม่จุกจิกเยอะมากเท่าไรคราวนี้ถ้าคุณได้ซื้อไปคุณก็จะต้องเอาไปตรวจเช็คสภาพทำอะไรหลายอย่างเพื่อที่จะทำให้มันนั้นดูใหม่ขึ้นหรือว่าซ่อมเครื่องซ่อมอะไรหลายๆอย่างมันก็จะเป็นเรื่องปกติแต่ถ้าจะวางเครื่องในสไตล์ของเครื่องญี่ปุ่นมาแล้วคุณก็ควรที่จะตรวจเช็คมันให้ดีๆก่อนว่าการวางเครื่องนั้นมันมีที่เกี่ยวกับทางด้านปัญหาที่จะตามมา

หรือป่าวคุณก็จะต้องควรที่จะตรวจเช็คให้ดีๆแต่ส่วนตัวผมแล้วจะคิดว่าช่วงตัวรถยนต์นั้นมันค่อนข้างใหญ่และมันก็จะนั่งสบายถือว่าถ้าใครมีครองครัวที่ใหญ่และมีที่จอดรถก็สามารถซื้อได้ในราคาที่โอเคและถือว่าสำหรับในยุคนี้นั้นค่อนข้างที่จะถูกก็จะมีราคาอยู่ที่ประมาณ45,000 จนถึง 60,000ราคามันก็จะอยู่ประมาณนี้แหล่

ะมันก็จะขึ้นอยู่กับว่าเครื่องยนต์อีกด้วยแล้วแต่สภาพด้วยซึ่งก็ต้องบอกได้เลยว่าราคามันก็ลงมาค่อนข้างที่จะมากพอสมควรซึ่งที่เคยเห็นมาไม่เกิน10ปีเห็นราคามันอยู่ที่ 70,000 80,000บาท และหลังมานี่ราคาก็ตกลงมาเหลือเพียงประมาณ50,000บาทและถ้าหากว่าใครที่อยากจะหาซื้อเอามาขับเล่นพาครองครัวใหญ่ๆไปเที่ยวก็สามารถที่จะซื้อได้เพราะราคามันก็ไม่ได้แพงสักเท่าไหร่แต่ก็ต้องดูเรื่องของเครื่องยนต์ให้ดีเพื่อไม่ให้มีปัญหาตามมาในระยะหลังๆ

ราคาและข้อดีข้อเสียของรถ Nissan NV

สำหรับรถยนต์รุ่นนี้ถ้าได้พูดถึงชื่อรถแล้วหลายคนก็อาจจะร้องอ๋อกันเลยที่เดียวเพราะว่ารถรุ่นนี้นั้นใครๆต่างก็รุ้จักกันดีเพราะว่ามันเป็นรถที่ไม่ใช่กะบะและรถเก๋งเท่าไหร่แต่ก็สามารถใช้ขับขี่ได้ดีเหมือนกันและสำหรับรถยนต์รุ่นนี้นั้นมันมีข้อดีและข้อเสียอย่างไรที่ไม่เกี่ยวข้องกับรถยนต์สักเท่าไรแต่มันจะมีอะไรบ้างมีดังนี้

Nissan NV นิสสันเอ็นวี 

สำหรับนิสสันเอ็นวีตัวนี้ก็ต้องบอกเลยว่านิสสันเอ็นวีจริงๆแล้วมันำมันใช่รถเก๋งมันเป็นรถกะบะแต่มันก็ไม่ใช่รถกะบะงงกันใช่มั้ยว่ามันเป็นรถยนต์ประเภคไหนกันซึ่งมันก็ไม่ใช่รถเก๋งมันคือรถยนต์กึ่งๆรถเก๋งสำหรับรถกบะก้ได้รถเก๋งก็ดีแต่จริงใครเห็นก็จะบอกว่ามันเป็นรถกะบะแต่จริงๆแล้วส่วนตัวจะมองว่ามันเป็นรถเก๋งสำหรับนิสสันเอ็นวีมากับเครื่องยนต์GAถือว่าเป็นเคื่อยนต์ตะกูลเดียวกันกับนิสสันซันนี่

ซึ่งก็ถือว่าครบได้บอกเลยว่าครบได้หน้าเอามาใช้หน้าหาเอามาขับเล่นกันเลยทีเดียวและถ้าคุณคิดที่จะเอารถรุ่นนี้เอาไปขายของละก็จะบอกเลยว่าเป็นอะไรที่เหมาะเอามากๆเพราะว่ามันมีหลายรุ่นให้คุณนั้นได้เลือกกันไม่ว่าจะเป็นในรุ่นตอนเดียวตอนครึ่งหรือว่าจะเป็นรุ่นตัวแวนซึ่งมันกะมีเยอะแยมากมายหลายๆแบบให้คุณนั้นได้เลือกหาเอามาไว้ขับเล่นๆกันแต่พวกประมาณซิงเกิ้ลแค็บหรือจะเรียกมันว่าตอนเดียวก็คือราคามันจะเลตประมาณต่ำกว่า50,000ลงมาหรือว่าประมาณ50,000บวกลบบอกได้เลยว่ามันเป็นราคาที่คนธรรมดาจับต้องได้ในราคาที่พอได้ก็คือมันไม่ได้แพงอะไรมากนัก

แต่ถือว่าราคามันก็แข็งมากอยู่เหมือนกันเพราะผมเห็นในสภาพหลายๆปีมานี่มันก็จะอยู่ในราคาประมาณนี่ถือว่าซื้อไปบอกได้เลยว่ามันไม่ตกรุ่นถ้าซื้อไปราคามันก็จะยังอยู่แบบนี้ราคามันก็จะไม่ค่อยตกมากสักเท่าไหร่และก็สำหรับเรื่องของอะไหล่เซอร์วิสก็สามารถที่จะหาได้ไม่ยากมาก

นักสำหรับรถยนต์รุ่นนี้ซึ่งมันมีดีอะไรกันสำหรับรถยนต์รุ่นนี้มันมีข้อดีสำหรับคนที่อยากได้รถกะบะและก็ยังที่อยากจะได้รถเก๋งสำหรับในการขับขี่รถยนต์รุ่นนี้นั้นมันก็อาจจะเหมือนรถเก๋งแต่ว่ามันก็มีการใช้งานได้เหมืนอย่างกะบะนั่นเองในอารมณ์นี้ถามว่ามันดีไหมถ้าบอกส่วนตัวเลยมันก็ดีในระดับหนึ่งเลยแหล่ะ

แต่ว่าสำหรับเรื่องช่วงล่างและสมรรถนะความเร็วอะไรมากมายต่างๆมันก็อาจจะไม่ค่อยจะตอบโจทยเท่าไหร่สำหรับสายซิ่งสายหมอบกันสักเท่าไหร่ก็คือ ซื้อเอาไว้ใช้งานได้ที่เกี่ยวกับใช้งานแบบไม่หนักมากนักเหมาะสำหรับแต่งสวยได้มันก็พอไหวแต่ถ้าจะให้เอารถไปใช้งานแบบหนักๆเลยมันก็ไม่ไหวเพราะมันเป็นรถที่กึ่งเก๋งกึ่งกะบะ

ปัญหาที่สังคมโลกและสังคมไทย รอคำตอบ

ปัญหาใหญ่ของโลก-ไทยที่ยังรปัญหาที่สังคมโลกและสังคมไทย รอคำตอบอคอยคำตอบ ทั้งยังเรื่องปัญหาโลกร้อน ความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในสังคม รวมทั้งวิกฤติของการบ้านการเมืองในระบบประชาธิปไตย

ในบทความแรกของคอลัมน์ “เศรษฐศาสตร์บัณฑิต” ปีนี้ ผมต้องการเริ่มด้วยข้อคิดเตือนใจของนักเศรษฐศาสตร์ รางวัลโนเบิล ศาสตราจารย์โจเซฟ สติกลิสต์ (Joseph Stiglitz)

ที่ได้ให้เอาไว้ในข้อเขียนของเขาเมื่อพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา ที่กล่าวถึงความเหมาะสมของรายได้ประชาชนชาชาติ หรือ GDP ที่จะเป็นตัววัดกิจกรรมด้านเศรษฐกิจรวมทั้งความรุ่งโรจน์ของสังคม โดยพูดว่า โลกของพวกเราในตอนนี้กำลังเหน็ดเหนื่อยด้วยสามปัญหาที่สำคัญที่กำลังบ่อนทำลายการดำรงชีวิตของสังคมโลกรวมทั้งมวลมนุษยชาติ คือปัญหาที่ไม่มีคำตอบ

ปัญหาแรก เป็นปัญหาโลกร้อน สองเป็นปัญหาความแตกต่าง รวมทั้งสามเป็นวิกฤติของการบ้านการเมืองในระบบประชาธิปไตย

อีกทั้งสามปัญหาง่อนแง่นความรู้ความเข้าใจของเศรษฐกิจทั่วทั้งโลกที่จะเติบโต คลอนแคลนความมุ่งมาดที่คุณประโยชน์จากการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจจะสามารถแบ่งปันใหักับคนภายในสังคมได้อย่างทั่วถึง รวมทั้งโหยกเหยกความเลื่อมใสที่ว่า การบ้านการเมืองในระบบประชาธิปไตยที่สามัญชนมีส่วนร่วมจะเป็นกลไกที่สังคมสามารถใช้ขจัดปัญหาที่สังคมมี

สามปัญหานี้เป็นปัญหาที่คนทั้งโลกอยากได้คำตอบ มองเห็นได้จากปีที่ผ่านมาที่เป็นปีของการต่อต้านที่ราษฎรจากทุกส่วนของโลกออกมาเรียกร้องในหัวข้อกลุ่มนี้ เป็นปัญหาที่สังคมไทยเองก็ปรารถนาคำตอบว่า พวกเราจะเริ่มปรับแต่งผลร้ายที่มีต่อสภาพแวดล้อมจากการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจแล้วก็ปัญหาโลกร้อนได้หรือยัง พวกเราจะทำเช่นไรกับความแตกต่างในประเทศที่มีมากมาย และก็พวกเราจะทำเมืองของประเทศให้ตอบปัญหาปัญหาที่ประเทศมีได้ยังไง เพื่อการบ้านการเมืองเป็นความหวังให้กับการจัดการปัญหา

ปัญหาโลกร้อน คนภายในบ้านพวกเราโดยมากคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว คือเรื่องของบุคคลอื่น และไม่ใช่เรื่องด่วน แต่ว่าผลจากสภาวะโลกร้อนได้เข้ามากระทบชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเรามากยิ่งขึ้นจนกระทั่งสัมผัสได้ ไม่ว่าจะเป็นความผิดปกติของอากาศ สภาวะน้ำหลากสลับกับภัยแล้งแบบปีต่อปี รวมทั้งปัจจุบันที่พวกเราพบด้วยตัวเองทุกคนเป็น ฝุ่นละอองแล้วก็ปัญหาประสิทธิภาพอากาศที่พวกเราหายใจ ปัญหาพวกนี้นับวันจะร้ายแรงและก็เกิดขึ้นหลายครั้ง กระทั่งปีที่ผ่านมากล่าวได้ว่าเป็นปีศูนย์หรือปีขึ้นต้นของภัยจากสภาวะโลกร้อนที่โลกจะสัมผัสความร้ายแรงของปัญหาเยอะขึ้นนับจากนี้

ปีที่ผ่านมา พวกเราเริ่มปีด้วยอากาศร้อนระอุที่ประเทศออสเตรเลียเฉลี่ยกว่า 40 องศา และก็ร้อนนานเป็นเดือน เมื่อโลกร้อนและก็อุณหภูมิสูงมากขึ้น ภูเขาที่เป็นน้ำแข็งก็ถูกทำลาย ความสมดุลระหว่างสายน้ำอุ่นน้ำเย็นในมหาสมุทรถูกกระทบ พวกเราก็เลยมองเห็นการเกิดขึ้นของพายุไซโคลนที่ร้ายแรง สภาวะอากาศที่สุดโต่ง เป็นร้อนจัดและก็หนาวมากมาย แล้วก็ไฟลุกป่าที่หยุดยาก เพราะว่าอากาศที่ร้อนได้ทำลายความชุ่มชื้นของพื้นดิน ปัจจุบันก็ที่ประเทศออสเตรเลียที่ไฟป่ายังไม่เลิก กระทบการดำรงชีวิตของคนและก็สัตว์ที่จะต้องอาศัยป่าเป็นที่พักที่อาศัย นี่เป็นความร้ายแรงของสภาวะโลกร้อนที่พวกเรามองเห็นเมื่อปีที่ผ่านมาตลอดทั้งปี และก็จะมองเห็นเยอะขึ้นเรื่อยๆในปีนี้รวมทั้งปีต่อๆไป