เมื่อประชาชนไม่ยอมกักตัวอยู่ในบ้าน

เมื่อประชาชนไม่ยอมกักตัวอยู่ในบ้านตำรวจอินเดียจึงต้องงัดวิธีการเด็ดเข้ามาช่วยด้วยการใส่หน้ากากเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อต้องการให้ประชาชนกลัว 

    เป็นเรื่องที่น่าต้องวนไปสำหรับหลายๆประเทศเมื่อรัฐบาลออกมาประกาศให้ทุกคนช่วยกันระวังการติดเชื้อไวรัส โควิด-19  ด้วยการพยายามให้กักบริเวณตัวเองอยู่แต่ในบ้านไม่ออกมาข้างนอกรวมถึงให้สวมใส่หน้ากากอนามัยและใช้เจลล้างมือซึ่งวิธีการนี้เป็นวิธีการขั้นต้นของทุกประเทศที่รัฐบาลออกมาประกาศขอความร่วมมือกับประชาชนทุกคนไม่ว่าประเทศไหนก็ตามก็มักจะมีผู้คนพยายามฝ่าฝืนสิ่งที่รัฐบาลพยายามร้องขอเพื่อให้ช่วยกันลดปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  หนึ่งในประเทศที่มีปัญหาเดียวกันนี้

ก็คือประเทศอินเดียซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอินเดียมักจะพบว่าชาวบ้านไม่ยอมให้ความร่วมมือในการที่จะกักบริเวณตัวเองอยู่แต่ในบ้านตามที่ราชการทำการร้องขอและถึงแม้ทางรัฐบาลจะได้ออกมาตรการขั้นเด็ดขาดด้วยการประกาศเคอร์ฟิวแต่ก็ไม่สามารถยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ได้รวมถึงไม่สามารถหยุดการออกนอกบ้านของชาวบ้านได้เลยในปัจจุบันประเทศอินเดียมีผู้ติดเชื้อไวรัสมากกว่า 1000 คน

และยังมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆสาเหตุก็เนื่องจากว่าประชาชนของประเทศอินเดียไม่เชื่อฟังคำสั่งของรัฐบาลและไม่เกรงกลัวกฎหมายถึงแม้ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการหามาตรการมาบังคับให้ประชาชนอยู่ในบ้านแล้วก็ตามซึ่งก่อนวันนี้เราจะเห็นว่ามีนายตำรวจของประเทศอินเดียนำไม้มาฟาดคนที่ไม่กักบริเวณตัวเองอยู่แต่ในบ้านแต่ถึงแม้จะโดนตีโดนฟาดประชาชนก็ยังพยายามที่จะเดินทางออกนอกบ้านกัน

ดังนั้นจึงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจหัวใสคิดค้นวิธีการที่จะสามารถทำให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้านโดยการสร้างหมวกกันน็อคที่เป็นรูปทรงของเชื้อไวรัสโควิด-19  และหลังจากนั้นก็สวมใส่หมวกกันน็อคอันนี้เอาไปหลอกประชาชนที่มีการเดินทางออกนอกบ้าน  ไม่น่าเชื่อว่าวิธีการนี้จะได้ผลดีเกินคาดเนื่องจากว่าหมวกกันน็อครูปทรงโควิด-19 นี้สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนโดยเฉพาะเด็กๆเป็นอย่างมากทำให้ปริมาณประชาชนที่เดินทางออกนอกบ้านลดลงอย่างเห็นได้ชัดฝันว่า 

    สำหรับแนวความคิดนี้เป็นความคิดของสารวัตร  ราเจช   บาบู   ซึ่งเขาเป็นนายตำรวจที่คิดค้นและเป็นผู้สวมใส่หน้ากากนี่เองโดยเขาใส่หน้ากากนี้เที่ยวหลอกชาวบ้านที่เดินทางออกนอกบ้านแทบไม่ได้พักผ่อนซึ่งในขณะที่เขามีการนำหน้ากากนี้ออกไปหลอกชาวบ้านเขา

ก็ให้คำแนะนำและอธิบายถึงความน่ากลัวของเชื้อไวรัสชนิดนี้ให้กับชาวบ้านให้ฟังและไม่น่าเชื่อว่าวิธีการนี้ของสารวัตร  ส่งผลให้จำนวนชาวบ้านที่ได้รับข้อมูลข่าวสารจากทางสารพัดลดปริมาณการออกจากบ้านลงอย่างเห็นได้ชัด 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8

พบม้าจำนวน 30 ตัวตายเรียบในวันเดียว

พบม้าจำนวน 30 ตัวตายเรียบในวันเดียว ที่ อำเภอปากช่อง จังหวัด นครราชสีมา 

  มี เอกสารส่งออกไปถึง ปศุสัตว์จังหวัดทั่วประเทศเกี่ยวกับการต้องสงสัยการแพร่ระบาดของเชื้อโรคซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเป็นเชื้อโรคอะไรเนื่องจากว่าที่อำเภอปากช่องจังหวัดนครราชสีมามีปศุสัตว์แห่งหนึ่งพบว่าม้าตายเป็นจำนวนถึง 30 ตัวด้วยกันในวันเดียวโดยที่ทุกคนน้องไม่รู้สาเหตุว่ามา 30 ตัวนั้น

ตายเนื่องจากสาเหตุอะไรในขณะนี้ทางสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย  จึงได้มีการออกหนังสือเตือนให้กับทุกคนที่มีม้ากรมปศุสัตว์ได้มีการให้เฝ้าระวังม้าที่เลี้ยงอยู่และมีการออกคำสั่งห้ามเคลื่อนย้ายมาชั่วคราวจะมีการหาสาเหตุของการตายของม้าทั้ง 30 ตัวได้ 

     เหตุการณ์ในครั้งนี้ได้มีการนำมาโพสต์เผยแพร่ลงบน Facebook ซึ่งคนที่โพสต์ได้มีการระบุเอาไว้ว่ามีม้าซึ่งเป็นม้าแข่งอยู่ดีๆก็ล้มขาดใจตายทั้งหมดถึง 10 ตัวด้วยกันไม่เพียงเท่านั้นยังมีมาที่เป็นม้ากระโดด ก็มีอาการเดียวกันคืออยู่ดีๆก็ล้มแล้วก็สิ้นไปตายซึ่งม้ากระโดดนี้ตายมากถึง 20 ตัวด้วยกัน

และเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นแค่เพียงวันเดียวเท่านั้นรวมแล้วนะตายภายในวันเดียวถึง 30 ตัวโดยที่ทุกคนก็ไม่ทราบว่าหมาเหล่านั้นเป็นอะไรตายมีสาเหตุมาจากอะไรซึ่งทางแพทย์ที่ดูแลเกี่ยวกับสัตว์กำลังดำเนินการพิสูจน์ด้วยการผ่าศพของม้าที่มีอาการดิ้นแล้วก็ขาดใจตาย 

ทั้งนี้หลังจากที่มีการเผยแพร่เรื่องนี้ออกไปทางสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทยได้ตระหนักถึงปัญหาด้านนี้จึงได้มีการออกเอกสารส่งแจกจ่ายไปยังกรมปศุสัตว์และปศุสัตว์ทั้งหลายทุกจังหวัดทั่วทั้งประเทศไทย ที่มีการเลี้ยงม้าว่าช่วงนี้ห้ามมีการเคลื่อนย้ายม้าไปที่ไหนเด็ดขาด เพราะว่าไม่รู้ว่ามาตั้ง 30 ตัวตาย

เพราะอะไรจะเกิดจากการติดเชื้อโรค  เพราะหากว่ามีการตายเพราะการติดเชื้อโรคจริง เกรงว่าการเคลื่อนย้ายม้าไปที่อื่นจะกลายเป็นการนำเชื้อโรคไปแพร่ให้กับจังหวัดอื่นอื่นด้วย ดังนั้น ตอนนี้เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะมีการแพร่ระบาดของเชื้อโรคในม้า จึงห้ามเคลื่อนย้ายม้าออกจากปศุสัตว์เด็ดขาด

ซึ่งตอนนี้กำลังมีการปรึกษาหารือกันถึงปัญหานี้ และต้องรอผลการตรวจหาสาเหตุการตายของม้าทั้ง 30 ตัวจากสัตวแพทยเสียก่อน

    ได้อ่านข่าวนี้ก็สร้างความตกใจได้มากเหมือนกันเพราะทุกวันนี้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่มีผลกระทบกับคนก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ยังจะมีการแพร่ระบาดสัตว์ของม๊าที่เกิดขึ้นอีกแล้วยังไม่รู้สาเหตุด้วยว่าเกิดจากสาเหตุอะไรซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากลัวเป็นอย่างมากเพราะไม่รู้ว่าม้าตายเพราะอะไรหากเช็คแล้วว่าตายเพราะการติดโรคก็ต้องมาเฝ้าระวังถึงคนอีกว่าจะมีการส่งต่อเชื้อโรคจากม้ามาถึงคนได้หรือไม่ 

นายอำเภอปะทะเดือดกับชาวบ้าน

นายอำเภอปะทะเดือดกับชาวบ้านต้องการห้ามจัดงานเลี้ยงเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 

              มีเหตุการณ์ที่เผยแพร่คลิปการปะทะกันระหว่างทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในอำเภอรวมถึงกำนันผู้ใหญ่บ้านที่เดินทางไปห้ามลูกบ้านไม่ให้มีการจัดงานขึ้นบ้านใหม่โดยในคลิปจะเห็นว่าทางชาวบ้านเองก็ไม่พอใจที่ทางเจ้าหน้าที่มาห้ามปรามเนื่องจากมีอาการเมาสุรากันอยู่สวนทางเจ้าหน้าที่เองก็ต้องการที่จะห้ามไม่ให้จัดงานเนื่องจากว่าเป็นการชุมนุมที่มีคนมาร่วมงานกันอย่างหนาแน่นและแต่ละคนที่เดินทางมาก็ไม่มีใครที่จะสวมใส่หน้ากากอนามัย

หรือมีอุปกรณ์ที่จะเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าเลยเนื่องจากทางอำเภอเองก็ต้องมีการทำตามนโยบายของรัฐบาลที่ขอความร่วมมือประชาชนในการห้ามจัดงานเลี้ยงต่างๆเพื่อเป็นการยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า

ซึ่งในคลิปจะเห็นว่ามีเหตุการณ์ที่นายอำเภอต้องถึงขนาดยกปืนขึ้นฟ้าเพื่อขู่ให้ประชาชนอยู่ในความสงบกันด้วยอาทิตย์นี้ได้มีการเผยแพร่ออกไปก็มีการพูดถึงกันเป็นจำนวนมากทั้งในทางดีและในทางที่ไม่ดีซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้ทราบเรื่องราวดังกล่าวและได้มีการเรียกทั้งสองฝ่ายโดยได้ทั้งทางฝ่ายของหน่วยงานราชการและทางฝ่ายของชาวบ้านออกมาพูดคุยกันจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้มีชาวบ้านจำนวนมากที่ได้ออกมาต่อว่าหน่วยงานราชการที่เข้าไปขัดขวางการจัดงานขึ้นบ้านใหม่เนื่องจากว่าชาวบ้านเองต้องมีการเตรียมงานกันไว้นานแล้วแต่ในส่วนของทางไปอำเภอเองก็เห็นว่าชาวบ้านไม่ได้มีการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนากันเลยจึงเกรงว่าจะเกิดอันตรายและการแพร่ระบาดอย่างกว้างขวางจึงจำเป็นต้องมีการเข้ามาพูดคุย

เพื่อให้หยุดจัดงานดังกล่าวซึ่งส่งผลให้มีการทะเลาะวิวาทกันเกิดขึ้นระหว่างทางเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชนโดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดน่านซึ่งบ้านหลังที่เกิดเหตุเป็นบ้านของ นายใจ  ใจมั่น เป็นชาวอำเภอสองแควซึ่งในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ในอำเภอเองก็มีความผิดที่เข้าไปแจ้งการงดการจัดงานกับทางประชาชน

โดยที่ไม่ได้มีการสวมใส่ชุดของข้าราชการให้ดูว่าเป็นการทำงานอย่างเป็นทางการส่วนประชาชนเองก็มีความผิดในโทษฐานที่ไม่ให้ความร่วมมือกับทางรัฐบาลหรือหน่วยงานราชการในการที่จะยับยั้งการแพร่ระบาดการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า

                 หากเกิดมีการแพร่ระบาดเกิดขึ้นน่าจะมีคนติดเป็นจำนวนมากเพราะในงานมีคนมาร่วมงานจำนวนเกือบ 100 คนซึ่งแต่ละคนต่างก็พากันเมาสุราและไม่ได้มีการป้องกันอะไรเลยดังนั้นหากมีใครคนใดคนนึงที่มีเชื้อไวรัสโคโรน่าอยู่ก็สามารถมาแพร่เชื้อให้กับคนอื่นๆได้เนื่องจากว่าทั้งอาหารการกินที่กินร่วมกันรวมถึงการดื่มสุราที่ใช้แก้วเดียวกันก็เป็นวิธีการที่จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดได้ทั้งหมด

คนเสี่ยงติดไวรัสกันเพียบจากสาวขอนแก่นที่ตรวจพบว่าติดโควิด-19

คนเสี่ยงติดไวรัสกันเพียบจากสาวขอนแก่นที่ตรวจพบว่าติดโควิด-19 หลังจากที่เธอเดินทางกลับจากสนามมวย

    แหล่งที่แพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรน่าได้มากอีกหลังหนึ่งนั่นก็คือสนามมวยซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีดาราและเซียนมวยเป็นจำนวนมากที่เดินทางไปเยี่ยมชมการชกมวยหลังจากนั้นกลับมาได้ไม่นานก็พบว่าตนเองติดเชื้อไวรัสโคโรน่าซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้สามารถทราบได้ว่ากลุ่มที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นไม่ได้มีแค่เพียง 4-5 คนอย่างที่เข้าใจในตอนแรกแต่ปัจจุบันมีการขยายอย่างกว้างขวาง

เนื่องจากว่าคนส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าตัวเองมีเชื้อไวรัสโคโรน่าอยู่ในร่างกายจึงยังออกไปใช้ชีวิตประจำวันตามปกติอย่างเช่นสาวขอนแก่นคนหนึ่งที่เธอเองมีญาติอยู่ในค่ายมวยจึงได้เดินทางไปชมการชกมวยที่สนามมวยราชดำเนินซึ่งเป็นสนามเดียวกันกับดาราแมทธิวดีนและผลปรากฏว่าตัวเธอเองก็ติดไวรัสโคโรน่าเช่นเดียวกันซึ่งกว่าเธอจะรู้ตัวว่าเธอติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นเธอก็ได้เดินทางไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆมากมายหลายที่ซึ่งจะมีการย้อนข้อมูลการท่องเที่ยวของเธอให้ประชาชนได้ทราบกันว่าเธอไปเที่ยวในช่วงเวลาไหนบ้าง

เพื่อที่ถ้าหากใครไปเที่ยวในช่วงเวลาเดียวกันกับเธอตามสถานที่ดังกล่าวนี้ทางรัฐบาลขอความร่วมมือให้มีการประสานงานแจ้งข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อที่จะได้ทำการกักตัวเองเพื่อตรวจสอบหาเชื้อโรคไวรัสโคโรน่าก่อนเนื่องจากว่ากลุ่มคนที่เดินทางไปยังสถานที่เดียวกันกับหญิงขอนแก่นก็คือคนในกลุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั่นเองเรามาดูกันว่าไทม์ไลน์ที่เธอไปนั้นมีที่ไหนกันบ้าง 

  สำหรับทางไทม์ไลน์ ก่อนหน้าที่จะพบว่าสาวขอนแก่นติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นเดินทางไปโรงเหล้ามิตรภาพและเดินทางไปที่ตะวันแดงขอนแก่นไปตลาดหนองไผ่รอมและไปร้านหมูกระทะชิวๆ ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าก่อนที่เธอจะรู้ตัวว่าเธอติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นเธอเดินทางไปมาหลายที่มากและแต่ละที่ก็เป็นจุดที่มีประชาชนอยู่อย่างหนาแน่นอย่างเช่นร้านตะวันแดงขอนแก่นนั้นเธอไปเที่ยวที่นั่นถึง 3 ครั้งด้วยกัน

ซึ่งช่วงเวลาที่เธอเดินทางไปก็จะเป็นช่วงเวลาตั้งแต่เที่ยงคืนยันถึง 3:30 นและช่วงเวลาดังกล่าวจะเป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นรวมถึงจะดื่มเหล้ากันจนเมามายแล้วจึงทำให้เชื่อได้ว่าอาจจะมีหลายคนที่ได้รับการติดเชื้อมาจากสาวขอนแก่นคนดังกล่าวดังนั้นเพื่อการดูแลตัวเอง

ให้พ้นจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาในช่วงเวลานี้ทางรัฐบาลจึงขอความร่วมมือทุกคนงดการเที่ยวสถานบันเทิงต่างๆรวมถึงถ้าหากรู้ว่าอยู่ใกล้กับคนที่มีกลุ่มเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสแล้วก็ให้แจ้งกับทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้านเสื้อทางเจ้าหน้าที่จะได้แนะนำวิธีการตรวจสอบตนเองและวิธีการดูแลตนเองใครทราบ

เพื่อนบ้านทะเลาะกันอีกฝ่ายเปิดกระโปรงโชว์ของลับ 

มาดูเหตุการณ์เพื่อนบ้านทะเลาะกันซึ่งมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเป็นประจำบ่อยครั้ง ล่าสุดเกิดจากบ้านที่อยู่ติดกันบ้านหลังนึงเปิดเพลงเสียงดังทำให้บ้านฝั่งตรงข้ามเกิดความไม่พอใจจึงได้มีการอัดคลิปวีดีโอเก็บเอาไว้ แล้วคุณในขณะที่อัดคลิปอยู่นั้นบ้านที่เปิดเพลงเสียงดังได้ออกมาเห็นว่าฝั่งตรงข้ามมีการอัดคลิปไว้จึงเกิดความไม่พอใจและเกิดการทะเลาะกันขึ้น ทะเลาะกันได้สักพักต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันเข้าบ้านของตนเองแต่เข้าไปได้ไม่ถึง 10 นาทีบ้านที่เปิดเพลงเสียงดังก็เดินออกมาหน้าบ้านอีกครั้งหนึ่ง

เนื่องจากยังเห็นว่าบ้านฝ่ายตรงข้ามยังมีการแอบถ่ายบ้านของตนเองอยู่ดังนั้นจึงเกิดความไม่พอใจและเกิดการทักทายกันขึ้นซึ่งบ้านที่เปิดเพลงเสียงดังตะโกนถามว่าอยากถ่ายนักใช่ไหมเดี๋ยวจะเปิดกระโปรงให้หลังจากนั้นบ้านที่เปิดเพลงเสียงดังก็ตัดสินใจเปิดกระโปรงของตัวเองโชว์ของลับโดยที่ไม่ได้ใส่กางเกงในให้คนที่ถ่ายคลิปได้เห็นหลังที่คลิปดังกล่าวมีการเผยแพร่ออกไปก็ทำให้นักข่าวได้ลงเข้าไปดูพื้นที่ ซึ่งนักข่าวได้ไปคุยกับคุณปฐมพัฒน์ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านกับบ้านทั้งสองหลังโดยเขาได้เล่าว่าช่วงเวลาที่เกิดเหตุเป็นช่วงเวลา 8:30 น.

ซึ่งเป็นช่วงที่เขากำลังจะออกไปทำงานเขาเล่าว่าบ้านทั้งสองหลังเคยทะเลาะกันมาก่อนหน้านี้อยู่แล้วซึ่งวันดังกล่าวบ้านที่ถ่ายคลิปถ่ายไปเพราะว่า ร้านที่เปิดเพลงเสียงดังนำรถมาจอดหน้าบ้านแล้วเปิดประตูรถเปิดเพลงเสียงดังมากทำให้บ้านอีกหลังนึงไม่พอใจจึงได้มาถ่ายคลิปเอาไว้

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้คุณปฐมพัฒน์แจ้งว่าตัวเองเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ เมื่อนักข่าวสอบถามว่าตามความคิดเห็นของนายปฐมพัฒน์แล้วใครผิดถามเพื่อนบ้านที่เป็นคนกลางก็บอกว่าก็ผิดทั้งคู่เพราะว่าฝั่งที่เปิดเพลงเสียงดังก็ทำเกินไปที่เปิดเพลงโดยไม่สนใจว่าบ้านอื่นจะรำคาญเสียงเพลงของตนเองเลย ในส่วนของบ้านที่ถ่ายคลิปเองก็มีความผิดที่ไปยั่วโมโหจนเขาตบะแตกต้องเปิดกระโปรงโชว์ของลับให้ดู

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้คุณป้าที่โดนถ่ายคลิปที่เปิดกระโปรงโชว์ได้เดินทางไปร้องศูนย์ดำรงธรรมเพื่อทำการเอาผิดกลับบ้านที่ถ่ายคลิปเพราะเนื่องจากว่าเมื่อมีการถ่ายคลิปแล้วยังมีการนำไปโพสต์ลงในโซเชียลมีเดียทำให้ตนเองได้รับความอับอายเพราะคนทั่วประเทศเห็นตัวเองเปิดของลับกันทั้งประเทศแล้ว ซึ่งคุณป้าที่เปิดกระโปรงโชว์ของลับยืนยันว่าฝั่งที่ผิดคือฝั่งที่ถ่ายคลิปถ้าไม่ออกมาโวยวายตนเองก็ไม่ต้องมาเปิดกระโปรงโชว์และไม่ต้องไปเป็นที่อับอายของคนทั้งประเทศแบบนี้ยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

เซียนมวยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19

เซียนมวยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แสดงใบแจ้งค่ารักษาทั้งที่ยังไม่หายแต่ยอดทะลุหลักแสน

        กำลังเป็นที่สนใจมากกับ Facebook ของเซียนมวยท่านหนึ่งที่มีการได้นำใบแจ้งค่าบริการในการรักษาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19เอามาแสดงลงใน Facebook ส่วนตัวให้กับเพื่อนๆใน Facebook ได้ดูกันซึ่งข้อมูลตรงนี้ได้ถูกมีการแชร์กันอย่างกว้างขวางทำให้เห็นว่าค่ารักษาพยาบาลค่าการรักษาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19  นั้นมีราคาค่อนข้างสูงเพราะในขณะที่ เซียนมวยคนดังกล่าวตอนนี้ยังต้องรักษาตัวเองอยู่นั้นรักษาพยาบาลก็ทะลุหลักแสนบาทเรียบร้อยแล้ว 

       เป็นอีกหนึ่งของผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19ที่ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวการรักษาพยาบาลโดยเซียนมวยวันนี้ได้ออกมาโพสต์ภาพใบแจ้งค่าบริการที่ถูกด้วยเก็บแพงมากๆแถมยังมีการโพสต์ข้อความบอกด้วยว่าตนเองได้ดูข่าวที่ท่านนายกรัฐมนตรี  พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ออกมาแถลงการณ์เกี่ยวกับการหาทางแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และการดูแลประชาชนในกรณีที่ประชาชนมีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19

โดยทางนายกรัฐมนตรีออกมายืนยันว่ารัฐบาลได้มีการเตรียมความพร้อมในการเปิดสถานพยาบาลสำหรับผู้ที่ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19เอาไว้เป็นจำนวนมากดังนั้นจึงยืนยันได้ว่ามีเตียงนอนเพียงพอสำหรับผู้ป่วยที่จะเดินทางมารักษาอาการติดเชื้อไวรัส โควิด-19  แต่ทางเซียนมวยท่านนี้กลับออกมาบอกข้อมูลที่ย้อนแย้งกับที่ทางนายกรัฐมนตรีได้ประกาศไปเมื่อช่วงคืนเมื่อวานที่ผ่านมาโดยเซียนมวยท่านนี้กล่าวว่าตนเองติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มาจากสนามมวยราชดำเนิน

โดยเป็นช่วงเดียวกันกับที่ ดาราแมทธิว ดีน ติดเชื้อซึ่งกว่าตนจะได้รับการรักษาก็ต้องรอคิวเป็นเวลานานถึง 4 วันเนื่องจากโรงพยาบาลแจ้งว่าเตียงสำหรับการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เต็มดังนั้นเซียนมวยจึงได้พูดเหมือนกับว่าที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงการออกไปนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด 

      สำหรับปัญหาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19ขาดแคลนโรงพยาบาลที่จะเข้าไปทำการรักษานั้นพบว่ามีผู้ป่วยหลายรายที่ออกมายืนยันตรงกันว่าเมื่อติดต่อไปทางโรงพยาบาลส่วนใหญ่แล้วจะมีการแจ้งเกี่ยวกับเรื่องของเตียงนอนของผู้ป่วยที่มีคนนอนเต็มหมดแล้วการรักษาเชื้อไวรัสโควิด-19งั้นผมว่าตอนนี้มีแค่โรงพยาบาลของรัฐบาลเท่านั้นที่เปิดให้บริการในการรักษาส่วนโรงพยาบาลเอกชนนั้น

ทำได้แค่เพียงตรวจเช็คหาเชื้อให้เท่านั้นแต่จะไม่ได้รับรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19ดังนั้นในสถานการณ์ตอนนี้ที่มีจำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19เป็นจำนวนมากอาจจะทำให้เตียงนอนของผู้ป่วยไม่เพียงพอที่จะรองรับผู้ป่วยที่เข้าไปรักษาด้วยอาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19แน่นอน 

 

ขอบคุณผู้ที่ให้การสนับสนุนโดย  rb88

ซื้อบ้านหลังแรก ยังไม่ทันเข้าอยู่น้ำก็ไหลจากชั้นสอง

ซื้อบ้านหลังแรก ยังไม่ทันเข้าอยู่น้ำก็ไหลจากชั้นสองอย่างกับม่านน้ำตก เจ้าของเห็นช็อกหนักมาก ส่วนเซลล์บอกเรื่องเล็กน้อย

              กำลังเป็นที่วิจารณ์กันเป็นวงกว้างเกี่ยวกับหญิงสาวคนหนึ่งได้โพสต์ข้อความลงในพันทิพ เกี่ยวกับปัญหาที่เธอกำลังเผชิญอยู่โดยเธอได้โพสต์เล่าปัญหาเพื่อให้เหล่าเพื่อนเพื่อนในพันทิพที่พอมีประสบการณ์ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้กับเธอด้วย ซึ่งเรื่องราวของเธอนั้นเกิดขึ้นเมื่อเธอไปซื้อทาวน์โฮม ซึ่งราคาของทาวน์โฮมที่เธอซื้อนั้นราคาเฉียดเฉียด สามล้านบาทเลยทีเดียว

โดยเธอเล่าว่าเธอได้สอบถามคนรู้จักและศึกษาข้อมูลมาบ้างแล้วก่อนที่จะตัดสินใจที่จะซื้อบ้านหลังนี้ และเมื่อเซลล์มีโปรโมชั่นดีมานำเสนอเธอจึงตัดสินใจซื้อทันทีเพราะว่าเธอชอบรูปแบบของทาวน์โฮมนี้มาก  แต่เมื่อเธอวางเงินจองไปแล้วเธอกลับได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับบ้านในโครงการที่เธอซื้อว่ามีปัญหาเยอะมาก ดังนั้น เธอจึงไปจ้างบริษัทที่รับตรวจสอบบ้านให้มาพร้อมกับเธอด้วยในวันทีทำการส่งมอบบ้าน

ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบ้านไปเช็คก็พบจุดบกพร่องของบ้านมากกว่าหนึ่งร้อยรายการ แต่ที่ทำเอาเธอช็อกจนพูดไม่ออกก็คือ ทางพนักงานตรวจสอบบ้านได้ขึ้นไปที่ห้องน้ำชั้นสองแล้วเปิดน้ำให้ท่วมขังในห้องน้ำ เพียงแค่ไม่ถึง 10 นาทีเท่านั้น น้ำในห้องน้ำที่ชั้นสองก็ซึมลงมายังห้องข้างล่างที่ชั้นหนึ่งและไม่ได้แค่ค่อยๆซึมเท่านั้น แต่เป็นไหลลงมาแบบพรากพราก เหมือนกับม่านน้ำตกภายในบ้านเลยทีเดียว

เมื่อเธอเห็นดังนั้นเธอก็ช็อกพูดไม่ออก  ส่วนทางเซลล์ขายบ้านกลับบอกกับเธอว่า ที่เห็นนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร คาดว่าน่าจะเกิดจากคนงานก่อสร้างลืมทาน้ำยากันน้ำซึม เดี๋ยวจะให้ช่างมาจัดการให้ ซึ่งเธอก็ได้แต่อึ้งเพราะทำอะไรไม่ถูกและเธอก็โอนบ้านเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเธอจึงได้มาโพสต์ถามถึงการแก้ปัญหาแบบนี้ ว่าควรทำอย่างไรที่จะให้บริษัทโครงการรับผิดชอบบ้านของเธอให้มากที่สุด

      เมื่อหลายคนได้อ่านข้อความของเธอต่างก็ไม่พอใจคำตอบของเซลล์กันเป็นจำนวนมาก และอีกหลายคนก็บอกวิธีการแก้ไขปัญหาให้ซึ่งอาจจะต้องทุบทิ้งแล้วทำใหม่ เพราะไม่งั้นจะมีปัญหาระยะยาวตามมาแน่นอน อย่างน้อยผนังบ้านก็จะมีเชื้อราขึ้นแน่แน่ ส่วนที่จะให้โครงการรับผิดชอบอาจจะต้องทำใจเพราะเธอได้ไปเซ็นโอนเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นโครงการอาจจะไม่รับผิดชอบแล้ว

       ปัญหาการซื้อบ้านแล้วพบปัญหาการแตก ร้าว รั่ว ซึมมีให้เห็นกันเป็นประจำ ซึ่งหากมีการโอนบ้านแล้วเจ้าของบ้านก็ต้องทำใจ ส่วนหากใครที่กำลังคิดที่จะซื้อบ้านก็ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ

 

สนับสนุนโดย  BK8

สถานการณ์บนเรือย่ำแย่มาก

Grand princessผู้โดยสารบนเรือเริ่มยังอ่านกันแล้วสถานการณ์บนเรือย่ำแย่มาก 

จากกรณีที่มีเรือสำราญGrand princessที่ได้ขออนุญาตเข้ามาจอดที่ฝั่งแคลิฟอร์เนียของประเทศสหรัฐอเมริกาแต่กลับถูกปฏิเสธเพราะกลัวการแพร่เชื้อของไวรัส COVID-19 นั้นตอนนี้มีรายงานสถานการณ์เข้ามาว่าบนเรือสำราญลำดังกล่าวมีประชากรอยู่บนเรือทั้งสิ้นถึง 3500 คนซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของประเทศสหรัฐอเมริกาได้ปฏิเสธการขอขึ้นฝั่งหนึ่งจากต้องการป้องกัน

ปัญหาการแพ้เชื้อระบาดของโรคไวรัส COVID-19 และทางเจ้าหน้าที่ของประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีการส่งชุดตรวจหาเชื้อโรคขึ้นไปบนเรือสำราญโดยส่งผ่านทางเฮลิคอปเตอร์ไปนั้นพบว่ามีจำนวนผู้ติดเชื้ออยู่บนเรือสำราญในตอนนี้เป็นจำนวนมากถึง 21 คนแล้วดังนั้นทางเจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถอนุญาตให้เรือสำราญ

ดังกล่าวเทียบถ้าเพื่อนำประชาชนขึ้นบนฝั่งได้นอกจากนี้ยังมีรายงานสถานการณ์บนเรือสำราญลำดังกล่าวพบว่าอาหารบนเรือสำราญเริ่มร่อยหรอลงแล้วเพราะว่าเรือมีการเดินทางมายาวนานประมาณเดือนกว่าแล้วยังต้องมาจอดหรอกเค้าเทียบท่าเพื่อขึ้นชายฝั่งอีกเป็น ระยะเวลาหลายวันทำให้อาหารบนเรือสำราญเริ่มร่อยหรอลงและผู้คนบนเรือเริ่มทะเลาะกันเพื่อแย่งชิงอาหารและกักตุนอาหารเอาไว้กิน

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ลูกสาวของผู้ที่ติดอยู่บนเรือสำราญคนหนึ่งได้ออกมาเปิดเผยกับทางสำนักข่าวว่าแม่ของเธออายุ 70 ปีติดอยู่บนเรือสำราญลำดังกล่าวซึ่งในของเธอกำลังจะไม่มีอะไรกินอยู่แล้วที่สำคัญแม่ของเธอไม่ได้ถูกติดเชื้อโรคไวรัส COVID-19 แต่แม่ของเธอยังต้องติดอยู่บนเรือลำดังกล่าวและต้องขังตัวเองอยู่ในห้องเป็นระยะเวลาสามวันมาแล้ว     ซึ่งจะหากยังไม่มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาอะไรอยู่แบบนี้

จากที่แม่เธอไม่มีเชื้อไวรัสโควิด-19แม่ของเธออาจจะติดเชื้อเขาสักวันนึงก็ได้หรือไม่เช่นนั้นก็อาจจะอดอาหารตายซึ่งขนาดนี้บนเรือสำราญลำดังกล่าวมีประชาชนชาวอังกฤษอยู่บนเรือทั้งหมด 140 คนแต่รัฐบาลของอังกฤษยังไม่มีการติดต่อเข้ามาเพื่อทำการขอติดต่อมารับตัวประชาชนของตนเองเลยแล้วในตอนนี้แม่ของเธอที่อยู่บนเรือได้เล่าให้เธอฟังว่าผู้คนเริ่มทะเลาะเบาะแว้งกันเองมีการเลือกปฏิบัติ

โดยมีการขัดตัวนักท่องเที่ยวบนเรือสำราญที่เป็นชาวอเมริกันให้สามารถขึ้นมาจากเรือสำราญได้ในขณะที่คนประเทศอื่นๆยังต้องติดอยู่ในเรือสำราญลำดังกล่าวซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าได้มีการแยกตัวนักท่องเที่ยวที่เป็นชาวแคลิฟอร์เนียจากบนเรือมากักตัวไว้กับหน่วยงานของรัฐบาลแต่ในขณะเดียวกันกำลังจะมีการแยกนักท่องเที่ยวที่อยู่บนเรือสำราญที่ไม่ใช่ชาวแคลิฟอร์เนียเพื่อหาสถานที่กับตัวให้เอาไว้ในรัฐอื่นๆซึ่งตอนนี้ยังต้องรอการดำเนินการจัดทำเจ้าหน้าที่ของรัฐต่อไป

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์2020

ชายหนุ่มคนหนึ่งนำอาวุธปืนบุกมายิงพ่อตา แม่ยาย เสียชีวิต

หนุ่มโหยบุกยิงพ่อตาย แม่ยาย ลูกสาววัย 5 ขวบถูกลูกหลงเสียชีวิต คาดเมียเปลี่ยนนามสกุลให้ลูกคือชนวนแค้น

            จากกรณีที่มีข่าวก่อนหน้านี้ว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งนำอาวุธปืนบุกมายิงพ่อตา แม่ยาย เสียชีวิตและลูกกระสุนยังพลาดไปโดนลูกสาววัย 5 ขวบเสียชีวิตด้วย จึงเป็นสาเหตุทีทำให้คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงขมับตัวเองตายตามลูกนั้น เบื้องต้นจากการสอบปากคำคนในบ้านที่รอดชีวิตพบว่า ชายที่ก่อเหตุคนดังกล่าวเป็นอดีตลูกเขยของผู้ตาย โดยผู้ก่อเหตุได้เลิกรากับเมียมา 4 ปีแล้ว

เหตุเพราะผู้ก่อเหตุมีผู้หญิงคนใหม่ ทำให้อดีตภรรยาตีตัวออกห่างและเลิกกันในที่สุด แต่ตัวผู้ก่อเหตุยังคอยตามงอนง้อของคืนดีกับอดีตภรรยาและต้องการให้ภรรยาและลูกกลับไปอยู่ด้วยกันตลอดแต่ภรรยาก็ไม่ยอมคืนดีด้วย ซึ่งปกติคนร้ายมักจะไปเยี่ยมลูกสาวที่โรงเนียนอยู่เป็นประจำ

โดยภรรยาได้กล่าวว่าไม่เคยกีดกันให้นายนิดไม่ได้เจอกับลูก และไม่เคยทะเลาะกัน แต่คนร้ายต้องการให้ภรรยากลับไปอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวเหมือนเดิมซึ่งภรรยาปฎิเสธมาตลอดทำให้ถูกคนร้ายขู่ที่จะฆ่ายกครัวอยู่บ่อยครั้ง จนพ่อตา ต้องคอยพกปืนเอาไว้ติดตัวตลอด แต่ก็ไม่เคยเห็นคนร้ายจะก่อเหตุมายิงตามที่เคยขู่

จนมาวันที่เกิดเหตุอยู่อยู่คนร้ายก็ปีนหน้าตาเข้ามาในบ้านแล้วมาลงมือก่อเหตุฆ่าคนในบ้านตามที่เป็นข่าว และเมื่อสอบถามพ่อของคนร้ายก็ให้การว่า คนร้ายรักลูกสาวคนเล็กมาก มักจะแอบไปหาลูกที่โรงเรียนเป็นประจำเพราะครอบครัวของอดีตภรรยากีดกันไม่ยอมให้คนร้ายได้เจอกับลูก

เคยขู่ว่าจะเอาตำรวจมาจับซึ่งทำให้คนร้ายเก็บกด และที่เป็นสาเหตุทีทำให้คนร้ายต้องไปยิงคนที่บ้านอดีตภรรยา ทางพ่อของคนร้ายคิดว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากที่คนร้ายเกิดความรู้สึกน้อยใจที่อดีตภรรยาเปลี่ยนนามสกุลให้กับลูกจากที่เคยใช้นามสกุลชองคนร้ายไปเป็นนามสกุลของแม่ จึงทำให้คนร้ายไปทำการก่อเหตุดังกล่าว ที่จริงคนร้ายรักครอบครัวมากแต่ที่ต้องเลิกรากันไปเพราะฝ่ายหญิงเกิดหึงหวงเรื่องที่คนร้ายมีผู้หญิงคนอื่นมาติดพัน 

        จากเรื่องราวที่เกิดขึ้นสาเหตุน่าจะมาจากที่ฝ่ายชายทำตัวไม่ดีกับฝ่ายหญิงเพราะนอกใจก่อนแล้วเมื่อฝ่ายหญิงเลิกจึงคิดได้อยากจะกลับมาคืนดี แต่ฝ่ายหญิงและครอบครัวไม่ยอมอภัยให้ คนร้ายจึงเกิดความไม่พอใจ ที่ง้อฝ่ายหญิงนานแล้วเป็นเวลากว่า 4 ปีแต่ฝ่ายหญิงก็ไม่ยอมใจอ่อนสักที เลยมาก่อเหตุฆ่ายกครัวในครั้งนี้

 

สนับสนุนโดย  แทงบอลออนไลน์2020

หมอกควันในลอนดอน

ในปัจจุบันนี้คนกรุงเทพก็ยังคงเจอปัญหาฝุ่นละอองPM2.5กันอยู่เลย

โดยที่ทางรัฐบาลไม่หัวซาและไม่แก้ไขและที่น่า เกลียดเลยก็คือเป็นการฉีดน้ำใส่เครื่องวัดฝุ่น 

แต่เมื่อเราย้อนกลับไปเมื่อ วันที่5ธันวาคม ปี1952แล้วที่ลอนดอนประเทศอังกฤษก็ได้มีหมอกควันเข้ามาแล้วเหมือนกันและในตอนนั้นผู้คนต่างก็คิดว่ามันคือหมอกบ้านๆธรรมดาเนี่ยแหล่ะไม่ต้องกังวนแต่อย่างใดและในช่วงเวลานั้นมันก็ได้เกิดขึ้นอยู่บ่อยเหมือนกันจนกลายเป็นเรื่องปกติของคนที่อาศัยอยู่ในกรุงลอนดอน

ซึ่งก่อนที่จะรู้ตัวว่ามันคืออะไรก็ได้มีคนตายไปแล้วกว่า12,000คน ซึ่เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมานั้นมันก็เป็นมาจากฝีมือของมนุษย์ล้วน ๆและไม่ต้องไปโทษใครแถมยังเป็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์เช่นกันซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดถูกเรียกว่าเดกรีนออฟ ลอนดอนจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมดนั้น

เกิดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคมในช่วงเย็นๆที่มีอากาศปกคุมไปทั่วลอนดอนสิ่งที่เกิดขึ้นมาในช่วงเวลานั้นชาวบ้านต่างก็คิดกันว่ามันเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นมาและด้วยความหนาวเย็นชาวบ้านก็เลยต้องพึ่งถ่านหินมากกว่าปกติเพื่อที่จะสร้างความอบอุ่นภายในบ้านนั้นเอง

แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็ได้เกิดขึ้นจากหมอกควันธรรมดาที่ยังพอมองเห็นเส้นทางอยู่รางๆและมันก็เริ่มหนาขึ้นๆจากป่องไฟต่างๆที่ได้ขึ้นมาจากบ้านเรือนประชาชนก่อนที่มันจะเริ่มหนาขึ้นเรื่อยจนเอาไม่อยู่และในตอนนั้นเองทางรัฐบาลอังกฤษก็ได้ออกมาแก้ไข้สถานะการณ์เบี้ยงต้น

แต่หมอกควันที่เกิดขึ้นมานั้นมันก็ยังไม่หมดไปสักทีแถมมันยังไม่สามารถที่จะลอยขึ้นไปชั้นบรรยากาศได้เลยก่อนที่หมอกควันนั้นจะหนักขึ้นเรื่อยๆจนไม่สามารถที่จะมองเห็นทางข้างหน้าได้เลยส่วนระยะทางการมองเห็นนั้นก่อนอยู่ประมาณแค่เพียง10เมตรกว่าๆและการทำกิจกรรมกลางแจ้งหลายๆอย่าง

ก็ทำได้ยากขึ้นอย่างเชนงานฟุตบอลหรืองานคอนเสิร์ตก็ต้งถูกระงับไปในที่สุดก่อนที่คนในลอนดอนนั้นจะรู้ตัวมันก็สายก่อนไปสะแล้วเพราะว่าการสะสมของหมอกควันก็เริ่มที่จะหนักขึ้นไปอีกจนทำให้สุภาพคนในเมืองนั้นแย่ลงไปด้วย ส่วนเมืองที่อยู่ไกลลอนดอนมากที่สุดก็คือเมืองฟูแล่ม

ซึ่งมันเป็นการปล่อยมลพิษทางอากาศมากกว่า1,000ต่อวันซึ่งมันมาพร้อมกับก๊าซอันตรายต่อมนุษย์ทั้งสิ้นจากโรงงานถ่านหินต่างๆรอบลอนดอนและในระยะเวลาเพียงแค่3วันเท่านั้นจากวันที่5เข้าวันที่8ธันวาคม คนในลอนดอนนั้นก็เริ่มมีอากาศที่จะเริ่มหายใจลำบากมากขึ้นก่อนที่จะมีปัญหาทางด้านการหายใจไม่รับรู้กลิ่นอะไรทั้งสิ้นจน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  dewabet