ถูกกระสุนปืนยิงดับ

ลูกสะใภ้เข้าไปห้ามพ่อสามีกลับลูกชายทะเลาะกันถูกกระสุนปืนยิงดับ

         เกิดเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตที่บ้านหลังหนึ่งไม่มีเลขที่ในจังหวัดนครศรีธรรมราชโดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2563 เวลาเกิดเหตุนั้นประมาณ 19.30 น. เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากว่าพ่อกับลูกชายคือนายแหนบและนายนิรันดร์สองพ่อลูกมักจะทะเลาะกันเป็นประจำทุกวันซึ่งเป็นที่อิจฉาละอายใจของชาวบ้านเป็นอย่างมากโดยวันเกิดเหตุนั้นช่วงเช้านายแหนบและนายนิรันดร์ก็ยังคงทะเลาะกันตามปกติ

โดยในวันนี้นายแหนบทนไม่ไหวจึงได้มีการขับไล่นายนิรันดร์ให้พาครอบครัวย้ายไปอยู่ที่อื่นแต่ในนี้มันไม่ยอมไปทำให้นายแหนบไม่พอใจจึงได้ออกจากบ้านไปตั้งแต่ช่วงเช้าหลังจากนั้นเมื่อช่วงเวลาค่ำนายแนบได้กลับมาที่บ้านอีกครั้งหนึ่งและเมื่อมาถึงบ้านเขาก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรได้มีการเจาะปืนที่เตรียมมาใส่ลูกชายทันทีแต่บังเอิญว่ากระสุนด้านทำให้ลูกปืนไม่ออกจากกระสุนเป็นเหตุให้นายนิรันดร์เข้าไปทำการแย่งปืนจากพ่อของตนเอง

ซึ่งระหว่างที่มีการแจ้งเตือนกันอยู่นั้นผู้เสียชีวิตก็คือนางสาวพัชรีซึ่งเป็นภรรยาของนายนิรันดร์มาเห็นเข้าจึงได้เข้าไปทำการช่วยเหลือและห้ามปรามสองพ่อลูกไม่ให้ทะเลาะกันรวมทั้งจะแย่งปืนมาจากทั้งสองพ่อลูกจนเกิดกระสุนปืนดังขึ้น 1 นัดหลังจากนั้นพบว่าผู้ที่ถูกกระสุนปืนคือนางสาวพัชรีซึ่งเธอถูกกระสุนยิงเข้าที่หน้าอกทะลุลำคอนอนหายใจรวยรินหลังจากที่นายนิรันดร์และนายแหนบเห็นว่านางสาวพัชรีถูกอาวุธปืนก็พากันโยนปืนทิ้งในนั้นวิ่งหนีออกจากบ้านไปสวนนายนิรันดร์นั้น

ได้แจ้งความให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำรถมารับตัวนางพัชรีไปส่งโรงพยาบาลแต่ไปยังไม่ทันถึงโรงพยาบาลนางพัชรีทนพิษบาดแผลไม่ไหวจึงเสียชีวิตระหว่างทางซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาถึงนายนิรันดร์ก็ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงเรื่องที่ทะเลาะกับพ่อจนเกิดมีปากเสียงกันและนำมาซึ่งการยิงกันในครั้งนี้โดยชาวบ้านที่อยู่ในละแวกดังกล่าวเป็นพยานให้ได้ว่าทั้งพ่อและลูกคู่นี้ต่างทะเลาะกันทุกวันจนชาวบ้านเบื่อหน่ายกันเป็นแถว สำหรับเรื่องนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภขนอมกำลังเร่งติดตามตัวในแหนบมาทำดีต่อไป

     เรื่องนี้ถ้าหากว่าลูกสะใภ้ไม่เข้ามายุ่งก็คงจะไม่ถูกกระสุนปืนจนทำให้ถึงแก่ความตาย สำหรับเรื่องนี้ความผิดนั้นก็เกิดขึ้นกับทั้งสองคนไม่ว่าจะเป็นสามีของนางพัชรีเองหรือแม้แต่พ่อสามีของนางพัชรีก็ตามเพราะทั้งคู่มีการแย่งปืนกันจึงทำให้ไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนลั่นกระสุนใส่นางพัชรีซึ่งต้องรอหลักฐานจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตรวจหาคราบเขม่าดินปืนอีกครั้งหนึ่งจะได้นำคนร้ายมาลงโทษให้ได้

 

 

สนับสนุนโดย  bk8

เมื่อประชาชนไม่ยอมกักตัวอยู่ในบ้าน

เมื่อประชาชนไม่ยอมกักตัวอยู่ในบ้านตำรวจอินเดียจึงต้องงัดวิธีการเด็ดเข้ามาช่วยด้วยการใส่หน้ากากเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อต้องการให้ประชาชนกลัว 

    เป็นเรื่องที่น่าต้องวนไปสำหรับหลายๆประเทศเมื่อรัฐบาลออกมาประกาศให้ทุกคนช่วยกันระวังการติดเชื้อไวรัส โควิด-19  ด้วยการพยายามให้กักบริเวณตัวเองอยู่แต่ในบ้านไม่ออกมาข้างนอกรวมถึงให้สวมใส่หน้ากากอนามัยและใช้เจลล้างมือซึ่งวิธีการนี้เป็นวิธีการขั้นต้นของทุกประเทศที่รัฐบาลออกมาประกาศขอความร่วมมือกับประชาชนทุกคนไม่ว่าประเทศไหนก็ตามก็มักจะมีผู้คนพยายามฝ่าฝืนสิ่งที่รัฐบาลพยายามร้องขอเพื่อให้ช่วยกันลดปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  หนึ่งในประเทศที่มีปัญหาเดียวกันนี้

ก็คือประเทศอินเดียซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอินเดียมักจะพบว่าชาวบ้านไม่ยอมให้ความร่วมมือในการที่จะกักบริเวณตัวเองอยู่แต่ในบ้านตามที่ราชการทำการร้องขอและถึงแม้ทางรัฐบาลจะได้ออกมาตรการขั้นเด็ดขาดด้วยการประกาศเคอร์ฟิวแต่ก็ไม่สามารถยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ได้รวมถึงไม่สามารถหยุดการออกนอกบ้านของชาวบ้านได้เลยในปัจจุบันประเทศอินเดียมีผู้ติดเชื้อไวรัสมากกว่า 1000 คน

และยังมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆสาเหตุก็เนื่องจากว่าประชาชนของประเทศอินเดียไม่เชื่อฟังคำสั่งของรัฐบาลและไม่เกรงกลัวกฎหมายถึงแม้ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการหามาตรการมาบังคับให้ประชาชนอยู่ในบ้านแล้วก็ตามซึ่งก่อนวันนี้เราจะเห็นว่ามีนายตำรวจของประเทศอินเดียนำไม้มาฟาดคนที่ไม่กักบริเวณตัวเองอยู่แต่ในบ้านแต่ถึงแม้จะโดนตีโดนฟาดประชาชนก็ยังพยายามที่จะเดินทางออกนอกบ้านกัน

ดังนั้นจึงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจหัวใสคิดค้นวิธีการที่จะสามารถทำให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้านโดยการสร้างหมวกกันน็อคที่เป็นรูปทรงของเชื้อไวรัสโควิด-19  และหลังจากนั้นก็สวมใส่หมวกกันน็อคอันนี้เอาไปหลอกประชาชนที่มีการเดินทางออกนอกบ้าน  ไม่น่าเชื่อว่าวิธีการนี้จะได้ผลดีเกินคาดเนื่องจากว่าหมวกกันน็อครูปทรงโควิด-19 นี้สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนโดยเฉพาะเด็กๆเป็นอย่างมากทำให้ปริมาณประชาชนที่เดินทางออกนอกบ้านลดลงอย่างเห็นได้ชัดฝันว่า 

    สำหรับแนวความคิดนี้เป็นความคิดของสารวัตร  ราเจช   บาบู   ซึ่งเขาเป็นนายตำรวจที่คิดค้นและเป็นผู้สวมใส่หน้ากากนี่เองโดยเขาใส่หน้ากากนี้เที่ยวหลอกชาวบ้านที่เดินทางออกนอกบ้านแทบไม่ได้พักผ่อนซึ่งในขณะที่เขามีการนำหน้ากากนี้ออกไปหลอกชาวบ้านเขา

ก็ให้คำแนะนำและอธิบายถึงความน่ากลัวของเชื้อไวรัสชนิดนี้ให้กับชาวบ้านให้ฟังและไม่น่าเชื่อว่าวิธีการนี้ของสารวัตร  ส่งผลให้จำนวนชาวบ้านที่ได้รับข้อมูลข่าวสารจากทางสารพัดลดปริมาณการออกจากบ้านลงอย่างเห็นได้ชัด 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8