ถูกกระสุนปืนยิงดับ

ลูกสะใภ้เข้าไปห้ามพ่อสามีกลับลูกชายทะเลาะกันถูกกระสุนปืนยิงดับ

         เกิดเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตที่บ้านหลังหนึ่งไม่มีเลขที่ในจังหวัดนครศรีธรรมราชโดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2563 เวลาเกิดเหตุนั้นประมาณ 19.30 น. เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากว่าพ่อกับลูกชายคือนายแหนบและนายนิรันดร์สองพ่อลูกมักจะทะเลาะกันเป็นประจำทุกวันซึ่งเป็นที่อิจฉาละอายใจของชาวบ้านเป็นอย่างมากโดยวันเกิดเหตุนั้นช่วงเช้านายแหนบและนายนิรันดร์ก็ยังคงทะเลาะกันตามปกติ

โดยในวันนี้นายแหนบทนไม่ไหวจึงได้มีการขับไล่นายนิรันดร์ให้พาครอบครัวย้ายไปอยู่ที่อื่นแต่ในนี้มันไม่ยอมไปทำให้นายแหนบไม่พอใจจึงได้ออกจากบ้านไปตั้งแต่ช่วงเช้าหลังจากนั้นเมื่อช่วงเวลาค่ำนายแนบได้กลับมาที่บ้านอีกครั้งหนึ่งและเมื่อมาถึงบ้านเขาก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรได้มีการเจาะปืนที่เตรียมมาใส่ลูกชายทันทีแต่บังเอิญว่ากระสุนด้านทำให้ลูกปืนไม่ออกจากกระสุนเป็นเหตุให้นายนิรันดร์เข้าไปทำการแย่งปืนจากพ่อของตนเอง

ซึ่งระหว่างที่มีการแจ้งเตือนกันอยู่นั้นผู้เสียชีวิตก็คือนางสาวพัชรีซึ่งเป็นภรรยาของนายนิรันดร์มาเห็นเข้าจึงได้เข้าไปทำการช่วยเหลือและห้ามปรามสองพ่อลูกไม่ให้ทะเลาะกันรวมทั้งจะแย่งปืนมาจากทั้งสองพ่อลูกจนเกิดกระสุนปืนดังขึ้น 1 นัดหลังจากนั้นพบว่าผู้ที่ถูกกระสุนปืนคือนางสาวพัชรีซึ่งเธอถูกกระสุนยิงเข้าที่หน้าอกทะลุลำคอนอนหายใจรวยรินหลังจากที่นายนิรันดร์และนายแหนบเห็นว่านางสาวพัชรีถูกอาวุธปืนก็พากันโยนปืนทิ้งในนั้นวิ่งหนีออกจากบ้านไปสวนนายนิรันดร์นั้น

ได้แจ้งความให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำรถมารับตัวนางพัชรีไปส่งโรงพยาบาลแต่ไปยังไม่ทันถึงโรงพยาบาลนางพัชรีทนพิษบาดแผลไม่ไหวจึงเสียชีวิตระหว่างทางซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาถึงนายนิรันดร์ก็ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงเรื่องที่ทะเลาะกับพ่อจนเกิดมีปากเสียงกันและนำมาซึ่งการยิงกันในครั้งนี้โดยชาวบ้านที่อยู่ในละแวกดังกล่าวเป็นพยานให้ได้ว่าทั้งพ่อและลูกคู่นี้ต่างทะเลาะกันทุกวันจนชาวบ้านเบื่อหน่ายกันเป็นแถว สำหรับเรื่องนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภขนอมกำลังเร่งติดตามตัวในแหนบมาทำดีต่อไป

     เรื่องนี้ถ้าหากว่าลูกสะใภ้ไม่เข้ามายุ่งก็คงจะไม่ถูกกระสุนปืนจนทำให้ถึงแก่ความตาย สำหรับเรื่องนี้ความผิดนั้นก็เกิดขึ้นกับทั้งสองคนไม่ว่าจะเป็นสามีของนางพัชรีเองหรือแม้แต่พ่อสามีของนางพัชรีก็ตามเพราะทั้งคู่มีการแย่งปืนกันจึงทำให้ไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนลั่นกระสุนใส่นางพัชรีซึ่งต้องรอหลักฐานจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตรวจหาคราบเขม่าดินปืนอีกครั้งหนึ่งจะได้นำคนร้ายมาลงโทษให้ได้

 

 

สนับสนุนโดย  bk8

อดีตนางเอกตกอับ ตอนนี้ทั้งพิการและยังมาโดนลูกทิ้ง

             จากกรณีที่นักแสดงคุณบิณฑ์บรรลือฤทธิ์และคุณเอกพันธ์บรรลือฤทธิ์พร้อมทั้งด้วยทีมงานของเขาที่เป็นมูลนิธิร่วมกตัญญูได้เดินทางไปยังตามบ้านที่เป็นชุมชนต่างๆเพื่อนำเงินไปแจกครอบครัวละ  500 บาทปลื้มพวกเขาต้องการแจกเงินให้กับคนที่ได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบไวรัสโคโรน่า

โดยคุณวินและคุณเอกพันธ์และทีมงานของเขานั้นได้ทำโครงการนี้กันมาเกือบเดือนแล้วซึ่งชาวบ้านต่างก็ได้รับความช่วยเหลือจากเขาตั้งหลายชุมชนแล้วเช่นเดียวกันโดยเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมปีพศ 2563 คุณบิณฑ์บรรลือฤทธิ์และเอกพันธ์บรรลือฤทธิ์ได้เดินทางไปที่ชุมชนแห่งหนึ่ง

ซึ่งก็ทำเหมือนทุกครั้งนั่นก็คือเพราะประตูตามบ้านเรือนของชาวบ้านเพื่อนำเงินไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านครอบครัวละ 500 บาทเช่นเดิมแต่ในวันนี้เขาได้ไปเจอครอบครัวหนึ่งซึ่งได้รับผลกระทบและเมื่อเห็นหน้าผู้ที่อยู่อาศัยในบ้านหลังนั้นก็ทำให้คุณเป็นและคุณเอกพันธ์จำได้ว่าป้าคนดังกล่าวนั้นคือนางวีณา

ซึ่งเธอเคยเป็นอดีตนางเอกหนัง เรื่องแม่ศรีไพรซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่โด่งดังมากในอดีตโดยนางวีณาได้ให้ข้อมูลกับทางคุณบินและคุณเอกพันธ์ว่าในสมัยก่อนนั้นที่เป็นนางเอกก็มีเงินเลี้ยงดูตนเองและช่วงที่มีตังค์ก็อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯในโซนย่านซอยอารีย์ซึ่งเป็นของที่มีคนรวยอยู่หนาแน่น

โดยนางวีณานั้นเป็นนางเอกหนังที่ดังในช่วงปี พ.ศ. 2514 แต่หลังจากนั้นเมื่อความดังลดลงไม่มีคนจ้างเธอแสดงหนังเธอจำเป็นต้องผันตัวเองมาอยู่ในชุมชนดังกล่าวซึ่งเป็นชุมชนแออัดแล้วอยู่ที่นี่มานานถึง 8 ปีแล้วโดยครั้งแรกนั้นเธอเดินทางมาอยู่ที่นี่พร้อมกับลูกสาวของเธอแต่หลังจากนั้นลูกสาวเธอได้ย้ายออกไป

เพื่อไปหางานทำแต่ก็ยังคงส่งเสียเลี้ยงดูเธอด้วยการส่งเงินมาให้ใช้เดือนละประมาณ 3,000 ถึง 4,000 บาทแต่พอมีเหตุการณ์การระบาดของไวรัสโคโรน่าเกิดขึ้นลูกสาวของเธอก็ไม่ติดต่อกลับมาหาเธออีกเลยเคยติดต่อกลับไปแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ทำให้เธอต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เพียงลำพังหนังฆาตกรรมปาก

เนื่องจากตัวเองนั้นก็ขาขาดเพราะเพิ่งไปตัดขามาเนื่องจากเป็นโรคเบาหวานแต่ยังมีหนี้สินพี่ไปยืมหนี้นอกระบบมารวมถึงตอนนี้เธอเองก็ค้างค่าเช่าห้องมานาน 3 เดือนแล้วอย่างไรก็ตามทางทีมงานของคุณบิณฑ์บรรลือฤทธิ์และคุณเอกพันธ์บรรลือฤทธิ์ได้มีการทดลองโทรไปเบอร์ที่คุณวีณามีการให้ไว้

โดยบอกว่าคือเบอร์ของลูกสาวแต่เมื่อโทรไปปลายทางรับสายกลับปฏิเสธว่าไม่รู้จักกับคุณมีนามาก่อนหลังจากนั้น หลังจากนั้นก็ตัดสายโทรศัพท์ทิ้งไปทำให้คุณบินและคนเป็นพันรู้สึกสงสารคุณวีณามากจึงได้มีการช่วยเหลือเงินเป็นจำนวน 10,000 บาทโดยคุณวีณาบอกว่าจะนำเงินส่วนนี้ไปจ่ายค่าเช่าห้องที่ค้างไว้รวมทั้งไปจ่ายค่าหนี้นอกระบบและถ้าหากมีเงินเหลือก็จะเก็บไว้ใช้จ่ายส่วนตัวในการซื้ออาหารกินเพราะตัวเธอนั้นไม่สามารถสร้างอาหารเองได้

 

สนับสนุนโดย  เว็บ rb88

ซื้อบ้านหลังแรก ยังไม่ทันเข้าอยู่น้ำก็ไหลจากชั้นสอง

ซื้อบ้านหลังแรก ยังไม่ทันเข้าอยู่น้ำก็ไหลจากชั้นสองอย่างกับม่านน้ำตก เจ้าของเห็นช็อกหนักมาก ส่วนเซลล์บอกเรื่องเล็กน้อย

              กำลังเป็นที่วิจารณ์กันเป็นวงกว้างเกี่ยวกับหญิงสาวคนหนึ่งได้โพสต์ข้อความลงในพันทิพ เกี่ยวกับปัญหาที่เธอกำลังเผชิญอยู่โดยเธอได้โพสต์เล่าปัญหาเพื่อให้เหล่าเพื่อนเพื่อนในพันทิพที่พอมีประสบการณ์ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้กับเธอด้วย ซึ่งเรื่องราวของเธอนั้นเกิดขึ้นเมื่อเธอไปซื้อทาวน์โฮม ซึ่งราคาของทาวน์โฮมที่เธอซื้อนั้นราคาเฉียดเฉียด สามล้านบาทเลยทีเดียว

โดยเธอเล่าว่าเธอได้สอบถามคนรู้จักและศึกษาข้อมูลมาบ้างแล้วก่อนที่จะตัดสินใจที่จะซื้อบ้านหลังนี้ และเมื่อเซลล์มีโปรโมชั่นดีมานำเสนอเธอจึงตัดสินใจซื้อทันทีเพราะว่าเธอชอบรูปแบบของทาวน์โฮมนี้มาก  แต่เมื่อเธอวางเงินจองไปแล้วเธอกลับได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับบ้านในโครงการที่เธอซื้อว่ามีปัญหาเยอะมาก ดังนั้น เธอจึงไปจ้างบริษัทที่รับตรวจสอบบ้านให้มาพร้อมกับเธอด้วยในวันทีทำการส่งมอบบ้าน

ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบ้านไปเช็คก็พบจุดบกพร่องของบ้านมากกว่าหนึ่งร้อยรายการ แต่ที่ทำเอาเธอช็อกจนพูดไม่ออกก็คือ ทางพนักงานตรวจสอบบ้านได้ขึ้นไปที่ห้องน้ำชั้นสองแล้วเปิดน้ำให้ท่วมขังในห้องน้ำ เพียงแค่ไม่ถึง 10 นาทีเท่านั้น น้ำในห้องน้ำที่ชั้นสองก็ซึมลงมายังห้องข้างล่างที่ชั้นหนึ่งและไม่ได้แค่ค่อยๆซึมเท่านั้น แต่เป็นไหลลงมาแบบพรากพราก เหมือนกับม่านน้ำตกภายในบ้านเลยทีเดียว

เมื่อเธอเห็นดังนั้นเธอก็ช็อกพูดไม่ออก  ส่วนทางเซลล์ขายบ้านกลับบอกกับเธอว่า ที่เห็นนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร คาดว่าน่าจะเกิดจากคนงานก่อสร้างลืมทาน้ำยากันน้ำซึม เดี๋ยวจะให้ช่างมาจัดการให้ ซึ่งเธอก็ได้แต่อึ้งเพราะทำอะไรไม่ถูกและเธอก็โอนบ้านเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเธอจึงได้มาโพสต์ถามถึงการแก้ปัญหาแบบนี้ ว่าควรทำอย่างไรที่จะให้บริษัทโครงการรับผิดชอบบ้านของเธอให้มากที่สุด

      เมื่อหลายคนได้อ่านข้อความของเธอต่างก็ไม่พอใจคำตอบของเซลล์กันเป็นจำนวนมาก และอีกหลายคนก็บอกวิธีการแก้ไขปัญหาให้ซึ่งอาจจะต้องทุบทิ้งแล้วทำใหม่ เพราะไม่งั้นจะมีปัญหาระยะยาวตามมาแน่นอน อย่างน้อยผนังบ้านก็จะมีเชื้อราขึ้นแน่แน่ ส่วนที่จะให้โครงการรับผิดชอบอาจจะต้องทำใจเพราะเธอได้ไปเซ็นโอนเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นโครงการอาจจะไม่รับผิดชอบแล้ว

       ปัญหาการซื้อบ้านแล้วพบปัญหาการแตก ร้าว รั่ว ซึมมีให้เห็นกันเป็นประจำ ซึ่งหากมีการโอนบ้านแล้วเจ้าของบ้านก็ต้องทำใจ ส่วนหากใครที่กำลังคิดที่จะซื้อบ้านก็ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ

 

สนับสนุนโดย  BK8

ลูกสาวโต้คืน หลังตาวัย 80 ออกมาโวยลูกไม่ยอมเลี้ยงดู

ฟังความอีกด้าน ลูกสาวโต้คืน หลังตาวัย 80 ออกมาโวยลูกไม่ยอมเลี้ยงดูหลังมีการยกมรดกให้

     ก่อนหน้านี้ได้มีเหตุการณ์ที่เป็นข่าวดังออกมา ว่ามีพ่อคนหนึ่งได้ยกมรดกที่ดินให้กับลูก และหลังจากนั้นพอลูกได้มรดกที่ดินแล้วก็ไล่พอออกจากบ้านคนที่ได้ฟังข่าวต่างก็พากันสงสารคุณตาคนนี้กันมาก ต่างก็พากันออกมาต่อว่าลูกของคุณตาว่าแค่คนแก่คนเดียวทำไมไม่เลี้ยง

ทำไมลูกต้องทำกับพ่อแบบนี้ ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดมาจากที่คุณตาเดินทางไปที่ศูนย์ดำรงธรรมแล้วไปร้องเรียนว่าตนเองมีที่ดินหลายสิบไร่แต่ได้แบ่งยกเป็นมรดกให้กับลูกหมดแล้วซึ่งคุณตามีลูกทั้งหมด 6 คนและหลังจากยกมรดกให้ไปแล้วลูกทั้งหกคนก็ไม่มีใครดูแลคุณตาเลย

ทำให้คุณตาต้องไปสร้างกระต๊อบเล็กเล็กเป็นที่ซุกหัวนอนแล้วก็ต้องต่อน้ำต่อไฟมาจากบ้านของลูกส่วนสาเหตุที่ต้องมาร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมก็เพราะว่าตอนเองต้องการที่จะเข้าไปสูบน้ำเพื่อที่จะจับปลาในสระของตัวเอง ลูกก็ด่าก็ว่าและบอกว่าพ่อไม่มีสิทธิ์ทำให้คุณตาเลยต้องมาร้องกับศูนย์ดำรงธรรมและเมื่อข่าวนี้ออกไปคนก็พากันด่าลูกว่าแค่เรื่องสูบน้ำทำไมให้พ่อทำไม่ได้ และนักข่าวก็ได้ลงพื้นที่นักข่าวได้ลงไปเจอกับผู้ใหญ่บ้าน

ซึ่งทางผุ้ใหญ่บ้านบอกว่าเรื่องการทะเลาะกันของตากับลูกของตามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงซึ่งทางผู้ใหญ่บ้านเองก็ลำบากใจเพราะต้องเป็นคนกลาง โดยตาต้องการสุบน้ำเพื่อจับปลา แต่ลูกไม่ให้สูบเพราะต้องเก็บน้ำเอาไว้ใช้กับไร่นา ตอนหน้าแล้ง ไม่งั้นน้ำหมดก็จะไม่มีน้ำใช้ และลูกสะไภ้ของตาได้ออกมาให้ข้อมูลกับนักข่าวว่า ที่ดินที่ตายกเป็นมรดกให้นั้นเป็นที่ดินของเมียคุณตาแล้วเมียของตาแบ่งให้ลูกทั้งสามคน 

และที่สำคัญไม่มีลูกคนไหนทิ้งตาเลย โดยที่คุณตาต้องไปอยู่ที่กระต๊อบเพราะคุณตาอยากไปเอง เพราะลูกลูกของตาทุกคน ต่างก็รวมเงินกันสร้างบ้านหลังใหญ่ให้คุณตาอยู่ โดยมีบ้านอยู่ริมน้ำ แต่คุณตาไม่ยอมไปอยู่เองและทุกวันนี้ลูกลูกก็ส่งเงินให้กับคุณตาใช้ เมื่อนักข่าวไปสัมภาษณ์คุณตา คุณตาก็ยังยืนยันว่าลูกไล่ออกจากบ้านซึ่งชาวบ้านที่อยู่ติดกับตาออกมาบอกว่าที่จริงแล้วลูกของตาดูแลตาดีกันทุกคน ที่ไม่อยากให้สูบน้ำเพราะกลัวตาเป็นลม ส่วนที่อยู่ตาไม่ยอมไปอยู่บ้านหลังใหญ่เอง ตาเป็นคนดื้อและเอาแต่ใจ อยู่กับใครไม่ได้ และลูกๆของตาก็กลัวว่าเงินที่ให้ตาไป ตาจะเอาไปให้ผู้หญิงคนอื่นหมด

จ่ายดอกไม่ทัน เจอประจานถึงทีทำงาน

สาวกู้เงินผ่าน Application จ่ายดอกไม่ทัน เจอประจานถึงทีทำงาน

       มีแถลงข่าวจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอส. ว่าทางเจ้าหน้าที่ได้มีการเข้าไปจับกุมคนจีนและคนไทย ที่มาเปิดบริษัทอยู่แถวรัชดา ซึ่งทั้งสองคนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมมานี้ได้มีการเปิด Application ขื้นมาเป็น appที่เชื่อว่า BahtLoan เป็น appที่จะเปิดให้คนมากู้เงิน

ซึ่งในคดีนี้มีผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อว่า นางสาว จามจุรีย์ อายุ 22 ปีและนายหยูตันฮวนอายุ 27 ปี มาช่วยกันตั้งบริษัทเงินกู้แล้วสร้าง application ที่ชื่อว่า BahtLoan ขึ้นมาเพื่อให้คนที่มีปัญหาทางด้านการเงินเข้าไปกู้เงินผ่าน app นี้ ซึ่งลักษณะการใช้งานของ app นี้ก็คือ เราไปดาวน์โหดลแอ็ป BahtLoanมาแล้วก็เข้าใน app หลังจากนั้นก็กรอกข้อมูลการขอกู้เงิน แค่นี้ก็จะได้เงินมาใช้แล้ว ซึ่งจะอนุมัติง่ายกว่าการกู้กับธนาคารมาก แต่ app นี้โหดกว่าธนาคารมาก ตรงที่ หากคนกู้มีการขอกู้เงินกู้ไปเท่าไหร่

ทางผู้กู้จะถูกหักเงินก่อน 50 % หรือครึ่งหนึ่งของเงินที่กู้เลยทันที และจะมีการระบุวันจ่ายดอกเบี้ยเอาไว้ใน app ว่าจะต้องจ่ายวันไหน และจ่ายเท่าไหร่  ซึ่งคดีนี้เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตามจับกุมคนร้ายได้ มีผู้เสียหายเดินทางมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าทีตำรวจถึง 50 คน ซึ่งภายหลังที่เจ้าหน้าที่จับกุมคนร้ายได้แล้วและไปที่บริษัท ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปพบกับพนักงานของบริษัทแห่งนี้กำลังนั่งทำงานกันอยู่มีทั้งหมดเกือบ 50 คนซึ่งทำหน้าที่เป็น call center ตามทวงหนี้

โดยพนักงานเหล่านี้จะมีการส่งข้อความการทวงหนี้เข้าไปที่มือถือของเพื่อนและทีโทรเข้าไปที่ทำงานของคนที่กู้เงิน ซึ่งข้อมูลเบอร์โทรที่บริษัทนี้ได้มานั้นมาจากตอนที่คนกู้กรอกรายละเอียดจะมีข้อความขอเข้าถึงข้อมูลทางโทรศัพท์ซึ่งนี่เองจะเป็นการเปิดโอกาสให้พวกมิจฉาชีพสามารถหาข้อมุลการโทรออก รับสายของคนกู้ได้ และหากเราไม่จ่ายหนี้พนักงาน call center เหล่านี้จะมีการส่งข้อความไปประจานที่เบอร์มือถือของเพื่อนของคนที่กู้ ประมาณว่าเพื่อนคนนี้ของกู้มีการกู้เงินและไม่ยอมจ่ายดอกเบี้ย

ทำให้ตอนนี้เขากำลังจะโดนฟ้องฝากให้ไปบอกเพื่อนของคุณด้วย ปัจจุบันมีคนเสียหายมากกว่า 50 คนและมีหญิงสาวคนหนึ่งที่เป็นผู้ที่เคยใช้ app นี้ได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า ตนเองได้หลงเข้าไปกู้เงินกับ app ดังกล่าวและมีการผิดนัด โดยชำระช้าเกินไป1 วัน ทำให้ถูกคิดค่าจ่ายเงินช้า 300 บาทและยังต้องเสียเงินค่าติดตามทวงหนี้อีก 900 บาทและถ้ายังไม่จ่ายทางบริษัทเงินกู้จะมีการประจานไปที่เพื่อนและบริษัท จนในที่สุดทางบริษัทที่หญิงสาวคนที่ทำงานอยู่ก็เรียกเธอไปตำหนิจนทำให้เธอต้องลาออก 

ลูกจ้างเนรคุณแทงนายจ้างแก่ไป 10 กว่าแผล

ลูกจ้างเนรคุณ แทงนายจ้างแก่ไป 10 กว่าแผล เพียงค่าโดนต่อว่าเรื่องเบิ้ลรถเสียงดัง

    ที่จังหวัดสตุลได้มมีเหตุการณ์คนแก่ อายุประมาณ 71 ปีได้ถูกคนร้ายซึ่งเป็นลูกจ้างวัยเพียง 22 ปีโดยคนร้ายเอาอาวุธมีแทงชายแก่คนดังกล่าวที่มีฐานะเป็นนายจ้างไปจำนวน 10 กว่าแผลทำให้ชายแก่คนดังกล่าวเสียชีวิต ซึ่งเหตุเกิดภายในสวนปาร์มของคนที่เสียชีวิต ซึ่งเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งศพไปตรวจพบว่าคนร้ายได้ใช้มีดแทงทั้งคอและหลังมากกว่า 10 จุดหลังจากแทงคนแก่ตายแล้วคนร้ายยังกลับไปนอนยังที่พักของตนเองได้หน้าตาเฉย

ซึ่งภายหลังที่มีคนพบศพชายแก่ เจ้าหน้าทีตำรวจก็ไปตามจับตัวคนร้ายได้ หลังจากจับกุมได้แล้วคนร้ายได้รับสารภาพและเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ตนเองทำงานเป็นลูกจ้างของผู้ตาย และเมื่อพี่ชายของตนมาหา หลังจากผู้ตายรู้ว่าพี่ชายของตนตกงานก็รับมาเป็นลูกจ้างด้วย ซึ่งทางคนร้ายแจ้งว่าที่ลงมือก่อเหตุเพราะคนตายมักจะชอบมาต่อว่าตนเอง เรื่องที่ตนเองเวลาขับรถเข้ามาทำงานในสวนปาร์มมักจะทำการเบิ้ลรถมอร์เตอร์ไซส์เสียงดัง และมีควันออกมาจากท่อไอเสีย

ซึ่งคนตายมักจะต่อว่าคนก่อเหตุเรื่องนี้อยู่บ่อยบ่อย และในวันเกิดเหตุคนร้ายก็ขับรถเข้ามาทำงานที่สวนปาร์มปกติแต่ระหว่างที่ขับรถเข้ามานั้น คนร้ายก็เหตุคนตายยืนอยู่ข้างทางและกวักมือเรียกคนร้ายให้เข้าไปหาซึ่งพอคนร้ายจอดรถแล้วก็เดินเข้าไปหาคนตาย และถามนายจ้างว่ามีอะไร ซึ่งคนร้ายบอกว่าคนตายได้เรียกเขาเข้าไปต่อว่าด้วยถ้อยคำหยาบคายเรื่องที่เขาเบิ้ลเครื่องเข้ามาในสวนและสั่งให้เขาขับรถให้ช้าช้าหน่อย

เมื่อด่าเสร็จคนตายก็หันหลังเดินจากไป แต่ตัวเองโมโห จึงได้เอามีดที่พกติดตัวมาแทงผู้ตายจากทางด้านหลังทั้งที่คอและที่หลังไปจำนวน 10 กว่าจุด และหลังจากแทงเสร็จแล้วก็ขับรถหลบหนี จนเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตามจับกุมได้ในที่สุด  ซึ่งเมื่อถูกจับกุมไปแล้วได้มีการให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่าอันที่จริงแล้วนายจ้างเป็นคนดี และช่วยเหลือตัวเองมาตลอด

และเมื่อนักข่าวไปสัมภาษณ์ชาวบ้านใกล้ใกล้ต่างก็พากันโกรธแค้นคนร้ายมาก เพราะชาวบ้านหลายคนต่างออกมายืนยันว่าคนตายเป็นคนดี คอยช่วยเหลือชาวบ้านและทุกคนแถวบ้านตลอด ทุกคนรักคนตายกันมาก และไม่เชื่อว่าคนตายจะด่าคนร้ายด้วยถ้อยคำหยาบคาย เพราะตั้งแต่รู้จักกันมาพวกชาวบ้านไม่เคยได้ยินคนตายเคยด่าใครเลยสักครั้งเดียว