เพื่อนบ้านทะเลาะกันอีกฝ่ายเปิดกระโปรงโชว์ของลับ 

มาดูเหตุการณ์เพื่อนบ้านทะเลาะกันซึ่งมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเป็นประจำบ่อยครั้ง ล่าสุดเกิดจากบ้านที่อยู่ติดกันบ้านหลังนึงเปิดเพลงเสียงดังทำให้บ้านฝั่งตรงข้ามเกิดความไม่พอใจจึงได้มีการอัดคลิปวีดีโอเก็บเอาไว้ แล้วคุณในขณะที่อัดคลิปอยู่นั้นบ้านที่เปิดเพลงเสียงดังได้ออกมาเห็นว่าฝั่งตรงข้ามมีการอัดคลิปไว้จึงเกิดความไม่พอใจและเกิดการทะเลาะกันขึ้น ทะเลาะกันได้สักพักต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันเข้าบ้านของตนเองแต่เข้าไปได้ไม่ถึง 10 นาทีบ้านที่เปิดเพลงเสียงดังก็เดินออกมาหน้าบ้านอีกครั้งหนึ่ง

เนื่องจากยังเห็นว่าบ้านฝ่ายตรงข้ามยังมีการแอบถ่ายบ้านของตนเองอยู่ดังนั้นจึงเกิดความไม่พอใจและเกิดการทักทายกันขึ้นซึ่งบ้านที่เปิดเพลงเสียงดังตะโกนถามว่าอยากถ่ายนักใช่ไหมเดี๋ยวจะเปิดกระโปรงให้หลังจากนั้นบ้านที่เปิดเพลงเสียงดังก็ตัดสินใจเปิดกระโปรงของตัวเองโชว์ของลับโดยที่ไม่ได้ใส่กางเกงในให้คนที่ถ่ายคลิปได้เห็นหลังที่คลิปดังกล่าวมีการเผยแพร่ออกไปก็ทำให้นักข่าวได้ลงเข้าไปดูพื้นที่ ซึ่งนักข่าวได้ไปคุยกับคุณปฐมพัฒน์ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านกับบ้านทั้งสองหลังโดยเขาได้เล่าว่าช่วงเวลาที่เกิดเหตุเป็นช่วงเวลา 8:30 น.

ซึ่งเป็นช่วงที่เขากำลังจะออกไปทำงานเขาเล่าว่าบ้านทั้งสองหลังเคยทะเลาะกันมาก่อนหน้านี้อยู่แล้วซึ่งวันดังกล่าวบ้านที่ถ่ายคลิปถ่ายไปเพราะว่า ร้านที่เปิดเพลงเสียงดังนำรถมาจอดหน้าบ้านแล้วเปิดประตูรถเปิดเพลงเสียงดังมากทำให้บ้านอีกหลังนึงไม่พอใจจึงได้มาถ่ายคลิปเอาไว้

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้คุณปฐมพัฒน์แจ้งว่าตัวเองเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ เมื่อนักข่าวสอบถามว่าตามความคิดเห็นของนายปฐมพัฒน์แล้วใครผิดถามเพื่อนบ้านที่เป็นคนกลางก็บอกว่าก็ผิดทั้งคู่เพราะว่าฝั่งที่เปิดเพลงเสียงดังก็ทำเกินไปที่เปิดเพลงโดยไม่สนใจว่าบ้านอื่นจะรำคาญเสียงเพลงของตนเองเลย ในส่วนของบ้านที่ถ่ายคลิปเองก็มีความผิดที่ไปยั่วโมโหจนเขาตบะแตกต้องเปิดกระโปรงโชว์ของลับให้ดู

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้คุณป้าที่โดนถ่ายคลิปที่เปิดกระโปรงโชว์ได้เดินทางไปร้องศูนย์ดำรงธรรมเพื่อทำการเอาผิดกลับบ้านที่ถ่ายคลิปเพราะเนื่องจากว่าเมื่อมีการถ่ายคลิปแล้วยังมีการนำไปโพสต์ลงในโซเชียลมีเดียทำให้ตนเองได้รับความอับอายเพราะคนทั่วประเทศเห็นตัวเองเปิดของลับกันทั้งประเทศแล้ว ซึ่งคุณป้าที่เปิดกระโปรงโชว์ของลับยืนยันว่าฝั่งที่ผิดคือฝั่งที่ถ่ายคลิปถ้าไม่ออกมาโวยวายตนเองก็ไม่ต้องมาเปิดกระโปรงโชว์และไม่ต้องไปเป็นที่อับอายของคนทั้งประเทศแบบนี้ยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

เซียนมวยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19

เซียนมวยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แสดงใบแจ้งค่ารักษาทั้งที่ยังไม่หายแต่ยอดทะลุหลักแสน

        กำลังเป็นที่สนใจมากกับ Facebook ของเซียนมวยท่านหนึ่งที่มีการได้นำใบแจ้งค่าบริการในการรักษาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19เอามาแสดงลงใน Facebook ส่วนตัวให้กับเพื่อนๆใน Facebook ได้ดูกันซึ่งข้อมูลตรงนี้ได้ถูกมีการแชร์กันอย่างกว้างขวางทำให้เห็นว่าค่ารักษาพยาบาลค่าการรักษาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19  นั้นมีราคาค่อนข้างสูงเพราะในขณะที่ เซียนมวยคนดังกล่าวตอนนี้ยังต้องรักษาตัวเองอยู่นั้นรักษาพยาบาลก็ทะลุหลักแสนบาทเรียบร้อยแล้ว 

       เป็นอีกหนึ่งของผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19ที่ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวการรักษาพยาบาลโดยเซียนมวยวันนี้ได้ออกมาโพสต์ภาพใบแจ้งค่าบริการที่ถูกด้วยเก็บแพงมากๆแถมยังมีการโพสต์ข้อความบอกด้วยว่าตนเองได้ดูข่าวที่ท่านนายกรัฐมนตรี  พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ออกมาแถลงการณ์เกี่ยวกับการหาทางแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และการดูแลประชาชนในกรณีที่ประชาชนมีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19

โดยทางนายกรัฐมนตรีออกมายืนยันว่ารัฐบาลได้มีการเตรียมความพร้อมในการเปิดสถานพยาบาลสำหรับผู้ที่ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19เอาไว้เป็นจำนวนมากดังนั้นจึงยืนยันได้ว่ามีเตียงนอนเพียงพอสำหรับผู้ป่วยที่จะเดินทางมารักษาอาการติดเชื้อไวรัส โควิด-19  แต่ทางเซียนมวยท่านนี้กลับออกมาบอกข้อมูลที่ย้อนแย้งกับที่ทางนายกรัฐมนตรีได้ประกาศไปเมื่อช่วงคืนเมื่อวานที่ผ่านมาโดยเซียนมวยท่านนี้กล่าวว่าตนเองติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มาจากสนามมวยราชดำเนิน

โดยเป็นช่วงเดียวกันกับที่ ดาราแมทธิว ดีน ติดเชื้อซึ่งกว่าตนจะได้รับการรักษาก็ต้องรอคิวเป็นเวลานานถึง 4 วันเนื่องจากโรงพยาบาลแจ้งว่าเตียงสำหรับการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เต็มดังนั้นเซียนมวยจึงได้พูดเหมือนกับว่าที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงการออกไปนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด 

      สำหรับปัญหาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19ขาดแคลนโรงพยาบาลที่จะเข้าไปทำการรักษานั้นพบว่ามีผู้ป่วยหลายรายที่ออกมายืนยันตรงกันว่าเมื่อติดต่อไปทางโรงพยาบาลส่วนใหญ่แล้วจะมีการแจ้งเกี่ยวกับเรื่องของเตียงนอนของผู้ป่วยที่มีคนนอนเต็มหมดแล้วการรักษาเชื้อไวรัสโควิด-19งั้นผมว่าตอนนี้มีแค่โรงพยาบาลของรัฐบาลเท่านั้นที่เปิดให้บริการในการรักษาส่วนโรงพยาบาลเอกชนนั้น

ทำได้แค่เพียงตรวจเช็คหาเชื้อให้เท่านั้นแต่จะไม่ได้รับรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19ดังนั้นในสถานการณ์ตอนนี้ที่มีจำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19เป็นจำนวนมากอาจจะทำให้เตียงนอนของผู้ป่วยไม่เพียงพอที่จะรองรับผู้ป่วยที่เข้าไปรักษาด้วยอาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19แน่นอน 

 

ขอบคุณผู้ที่ให้การสนับสนุนโดย  rb88

ซื้อบ้านหลังแรก ยังไม่ทันเข้าอยู่น้ำก็ไหลจากชั้นสอง

ซื้อบ้านหลังแรก ยังไม่ทันเข้าอยู่น้ำก็ไหลจากชั้นสองอย่างกับม่านน้ำตก เจ้าของเห็นช็อกหนักมาก ส่วนเซลล์บอกเรื่องเล็กน้อย

              กำลังเป็นที่วิจารณ์กันเป็นวงกว้างเกี่ยวกับหญิงสาวคนหนึ่งได้โพสต์ข้อความลงในพันทิพ เกี่ยวกับปัญหาที่เธอกำลังเผชิญอยู่โดยเธอได้โพสต์เล่าปัญหาเพื่อให้เหล่าเพื่อนเพื่อนในพันทิพที่พอมีประสบการณ์ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้กับเธอด้วย ซึ่งเรื่องราวของเธอนั้นเกิดขึ้นเมื่อเธอไปซื้อทาวน์โฮม ซึ่งราคาของทาวน์โฮมที่เธอซื้อนั้นราคาเฉียดเฉียด สามล้านบาทเลยทีเดียว

โดยเธอเล่าว่าเธอได้สอบถามคนรู้จักและศึกษาข้อมูลมาบ้างแล้วก่อนที่จะตัดสินใจที่จะซื้อบ้านหลังนี้ และเมื่อเซลล์มีโปรโมชั่นดีมานำเสนอเธอจึงตัดสินใจซื้อทันทีเพราะว่าเธอชอบรูปแบบของทาวน์โฮมนี้มาก  แต่เมื่อเธอวางเงินจองไปแล้วเธอกลับได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับบ้านในโครงการที่เธอซื้อว่ามีปัญหาเยอะมาก ดังนั้น เธอจึงไปจ้างบริษัทที่รับตรวจสอบบ้านให้มาพร้อมกับเธอด้วยในวันทีทำการส่งมอบบ้าน

ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบ้านไปเช็คก็พบจุดบกพร่องของบ้านมากกว่าหนึ่งร้อยรายการ แต่ที่ทำเอาเธอช็อกจนพูดไม่ออกก็คือ ทางพนักงานตรวจสอบบ้านได้ขึ้นไปที่ห้องน้ำชั้นสองแล้วเปิดน้ำให้ท่วมขังในห้องน้ำ เพียงแค่ไม่ถึง 10 นาทีเท่านั้น น้ำในห้องน้ำที่ชั้นสองก็ซึมลงมายังห้องข้างล่างที่ชั้นหนึ่งและไม่ได้แค่ค่อยๆซึมเท่านั้น แต่เป็นไหลลงมาแบบพรากพราก เหมือนกับม่านน้ำตกภายในบ้านเลยทีเดียว

เมื่อเธอเห็นดังนั้นเธอก็ช็อกพูดไม่ออก  ส่วนทางเซลล์ขายบ้านกลับบอกกับเธอว่า ที่เห็นนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร คาดว่าน่าจะเกิดจากคนงานก่อสร้างลืมทาน้ำยากันน้ำซึม เดี๋ยวจะให้ช่างมาจัดการให้ ซึ่งเธอก็ได้แต่อึ้งเพราะทำอะไรไม่ถูกและเธอก็โอนบ้านเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเธอจึงได้มาโพสต์ถามถึงการแก้ปัญหาแบบนี้ ว่าควรทำอย่างไรที่จะให้บริษัทโครงการรับผิดชอบบ้านของเธอให้มากที่สุด

      เมื่อหลายคนได้อ่านข้อความของเธอต่างก็ไม่พอใจคำตอบของเซลล์กันเป็นจำนวนมาก และอีกหลายคนก็บอกวิธีการแก้ไขปัญหาให้ซึ่งอาจจะต้องทุบทิ้งแล้วทำใหม่ เพราะไม่งั้นจะมีปัญหาระยะยาวตามมาแน่นอน อย่างน้อยผนังบ้านก็จะมีเชื้อราขึ้นแน่แน่ ส่วนที่จะให้โครงการรับผิดชอบอาจจะต้องทำใจเพราะเธอได้ไปเซ็นโอนเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นโครงการอาจจะไม่รับผิดชอบแล้ว

       ปัญหาการซื้อบ้านแล้วพบปัญหาการแตก ร้าว รั่ว ซึมมีให้เห็นกันเป็นประจำ ซึ่งหากมีการโอนบ้านแล้วเจ้าของบ้านก็ต้องทำใจ ส่วนหากใครที่กำลังคิดที่จะซื้อบ้านก็ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ

 

สนับสนุนโดย  BK8

สถานการณ์บนเรือย่ำแย่มาก

Grand princessผู้โดยสารบนเรือเริ่มยังอ่านกันแล้วสถานการณ์บนเรือย่ำแย่มาก 

จากกรณีที่มีเรือสำราญGrand princessที่ได้ขออนุญาตเข้ามาจอดที่ฝั่งแคลิฟอร์เนียของประเทศสหรัฐอเมริกาแต่กลับถูกปฏิเสธเพราะกลัวการแพร่เชื้อของไวรัส COVID-19 นั้นตอนนี้มีรายงานสถานการณ์เข้ามาว่าบนเรือสำราญลำดังกล่าวมีประชากรอยู่บนเรือทั้งสิ้นถึง 3500 คนซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของประเทศสหรัฐอเมริกาได้ปฏิเสธการขอขึ้นฝั่งหนึ่งจากต้องการป้องกัน

ปัญหาการแพ้เชื้อระบาดของโรคไวรัส COVID-19 และทางเจ้าหน้าที่ของประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีการส่งชุดตรวจหาเชื้อโรคขึ้นไปบนเรือสำราญโดยส่งผ่านทางเฮลิคอปเตอร์ไปนั้นพบว่ามีจำนวนผู้ติดเชื้ออยู่บนเรือสำราญในตอนนี้เป็นจำนวนมากถึง 21 คนแล้วดังนั้นทางเจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถอนุญาตให้เรือสำราญ

ดังกล่าวเทียบถ้าเพื่อนำประชาชนขึ้นบนฝั่งได้นอกจากนี้ยังมีรายงานสถานการณ์บนเรือสำราญลำดังกล่าวพบว่าอาหารบนเรือสำราญเริ่มร่อยหรอลงแล้วเพราะว่าเรือมีการเดินทางมายาวนานประมาณเดือนกว่าแล้วยังต้องมาจอดหรอกเค้าเทียบท่าเพื่อขึ้นชายฝั่งอีกเป็น ระยะเวลาหลายวันทำให้อาหารบนเรือสำราญเริ่มร่อยหรอลงและผู้คนบนเรือเริ่มทะเลาะกันเพื่อแย่งชิงอาหารและกักตุนอาหารเอาไว้กิน

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ลูกสาวของผู้ที่ติดอยู่บนเรือสำราญคนหนึ่งได้ออกมาเปิดเผยกับทางสำนักข่าวว่าแม่ของเธออายุ 70 ปีติดอยู่บนเรือสำราญลำดังกล่าวซึ่งในของเธอกำลังจะไม่มีอะไรกินอยู่แล้วที่สำคัญแม่ของเธอไม่ได้ถูกติดเชื้อโรคไวรัส COVID-19 แต่แม่ของเธอยังต้องติดอยู่บนเรือลำดังกล่าวและต้องขังตัวเองอยู่ในห้องเป็นระยะเวลาสามวันมาแล้ว     ซึ่งจะหากยังไม่มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาอะไรอยู่แบบนี้

จากที่แม่เธอไม่มีเชื้อไวรัสโควิด-19แม่ของเธออาจจะติดเชื้อเขาสักวันนึงก็ได้หรือไม่เช่นนั้นก็อาจจะอดอาหารตายซึ่งขนาดนี้บนเรือสำราญลำดังกล่าวมีประชาชนชาวอังกฤษอยู่บนเรือทั้งหมด 140 คนแต่รัฐบาลของอังกฤษยังไม่มีการติดต่อเข้ามาเพื่อทำการขอติดต่อมารับตัวประชาชนของตนเองเลยแล้วในตอนนี้แม่ของเธอที่อยู่บนเรือได้เล่าให้เธอฟังว่าผู้คนเริ่มทะเลาะเบาะแว้งกันเองมีการเลือกปฏิบัติ

โดยมีการขัดตัวนักท่องเที่ยวบนเรือสำราญที่เป็นชาวอเมริกันให้สามารถขึ้นมาจากเรือสำราญได้ในขณะที่คนประเทศอื่นๆยังต้องติดอยู่ในเรือสำราญลำดังกล่าวซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าได้มีการแยกตัวนักท่องเที่ยวที่เป็นชาวแคลิฟอร์เนียจากบนเรือมากักตัวไว้กับหน่วยงานของรัฐบาลแต่ในขณะเดียวกันกำลังจะมีการแยกนักท่องเที่ยวที่อยู่บนเรือสำราญที่ไม่ใช่ชาวแคลิฟอร์เนียเพื่อหาสถานที่กับตัวให้เอาไว้ในรัฐอื่นๆซึ่งตอนนี้ยังต้องรอการดำเนินการจัดทำเจ้าหน้าที่ของรัฐต่อไป

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์2020

ชายหนุ่มคนหนึ่งนำอาวุธปืนบุกมายิงพ่อตา แม่ยาย เสียชีวิต

หนุ่มโหยบุกยิงพ่อตาย แม่ยาย ลูกสาววัย 5 ขวบถูกลูกหลงเสียชีวิต คาดเมียเปลี่ยนนามสกุลให้ลูกคือชนวนแค้น

            จากกรณีที่มีข่าวก่อนหน้านี้ว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งนำอาวุธปืนบุกมายิงพ่อตา แม่ยาย เสียชีวิตและลูกกระสุนยังพลาดไปโดนลูกสาววัย 5 ขวบเสียชีวิตด้วย จึงเป็นสาเหตุทีทำให้คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงขมับตัวเองตายตามลูกนั้น เบื้องต้นจากการสอบปากคำคนในบ้านที่รอดชีวิตพบว่า ชายที่ก่อเหตุคนดังกล่าวเป็นอดีตลูกเขยของผู้ตาย โดยผู้ก่อเหตุได้เลิกรากับเมียมา 4 ปีแล้ว

เหตุเพราะผู้ก่อเหตุมีผู้หญิงคนใหม่ ทำให้อดีตภรรยาตีตัวออกห่างและเลิกกันในที่สุด แต่ตัวผู้ก่อเหตุยังคอยตามงอนง้อของคืนดีกับอดีตภรรยาและต้องการให้ภรรยาและลูกกลับไปอยู่ด้วยกันตลอดแต่ภรรยาก็ไม่ยอมคืนดีด้วย ซึ่งปกติคนร้ายมักจะไปเยี่ยมลูกสาวที่โรงเนียนอยู่เป็นประจำ

โดยภรรยาได้กล่าวว่าไม่เคยกีดกันให้นายนิดไม่ได้เจอกับลูก และไม่เคยทะเลาะกัน แต่คนร้ายต้องการให้ภรรยากลับไปอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวเหมือนเดิมซึ่งภรรยาปฎิเสธมาตลอดทำให้ถูกคนร้ายขู่ที่จะฆ่ายกครัวอยู่บ่อยครั้ง จนพ่อตา ต้องคอยพกปืนเอาไว้ติดตัวตลอด แต่ก็ไม่เคยเห็นคนร้ายจะก่อเหตุมายิงตามที่เคยขู่

จนมาวันที่เกิดเหตุอยู่อยู่คนร้ายก็ปีนหน้าตาเข้ามาในบ้านแล้วมาลงมือก่อเหตุฆ่าคนในบ้านตามที่เป็นข่าว และเมื่อสอบถามพ่อของคนร้ายก็ให้การว่า คนร้ายรักลูกสาวคนเล็กมาก มักจะแอบไปหาลูกที่โรงเรียนเป็นประจำเพราะครอบครัวของอดีตภรรยากีดกันไม่ยอมให้คนร้ายได้เจอกับลูก

เคยขู่ว่าจะเอาตำรวจมาจับซึ่งทำให้คนร้ายเก็บกด และที่เป็นสาเหตุทีทำให้คนร้ายต้องไปยิงคนที่บ้านอดีตภรรยา ทางพ่อของคนร้ายคิดว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากที่คนร้ายเกิดความรู้สึกน้อยใจที่อดีตภรรยาเปลี่ยนนามสกุลให้กับลูกจากที่เคยใช้นามสกุลชองคนร้ายไปเป็นนามสกุลของแม่ จึงทำให้คนร้ายไปทำการก่อเหตุดังกล่าว ที่จริงคนร้ายรักครอบครัวมากแต่ที่ต้องเลิกรากันไปเพราะฝ่ายหญิงเกิดหึงหวงเรื่องที่คนร้ายมีผู้หญิงคนอื่นมาติดพัน 

        จากเรื่องราวที่เกิดขึ้นสาเหตุน่าจะมาจากที่ฝ่ายชายทำตัวไม่ดีกับฝ่ายหญิงเพราะนอกใจก่อนแล้วเมื่อฝ่ายหญิงเลิกจึงคิดได้อยากจะกลับมาคืนดี แต่ฝ่ายหญิงและครอบครัวไม่ยอมอภัยให้ คนร้ายจึงเกิดความไม่พอใจ ที่ง้อฝ่ายหญิงนานแล้วเป็นเวลากว่า 4 ปีแต่ฝ่ายหญิงก็ไม่ยอมใจอ่อนสักที เลยมาก่อเหตุฆ่ายกครัวในครั้งนี้

 

สนับสนุนโดย  แทงบอลออนไลน์2020

หมอกควันในลอนดอน

ในปัจจุบันนี้คนกรุงเทพก็ยังคงเจอปัญหาฝุ่นละอองPM2.5กันอยู่เลย

โดยที่ทางรัฐบาลไม่หัวซาและไม่แก้ไขและที่น่า เกลียดเลยก็คือเป็นการฉีดน้ำใส่เครื่องวัดฝุ่น 

แต่เมื่อเราย้อนกลับไปเมื่อ วันที่5ธันวาคม ปี1952แล้วที่ลอนดอนประเทศอังกฤษก็ได้มีหมอกควันเข้ามาแล้วเหมือนกันและในตอนนั้นผู้คนต่างก็คิดว่ามันคือหมอกบ้านๆธรรมดาเนี่ยแหล่ะไม่ต้องกังวนแต่อย่างใดและในช่วงเวลานั้นมันก็ได้เกิดขึ้นอยู่บ่อยเหมือนกันจนกลายเป็นเรื่องปกติของคนที่อาศัยอยู่ในกรุงลอนดอน

ซึ่งก่อนที่จะรู้ตัวว่ามันคืออะไรก็ได้มีคนตายไปแล้วกว่า12,000คน ซึ่เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมานั้นมันก็เป็นมาจากฝีมือของมนุษย์ล้วน ๆและไม่ต้องไปโทษใครแถมยังเป็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์เช่นกันซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดถูกเรียกว่าเดกรีนออฟ ลอนดอนจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมดนั้น

เกิดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคมในช่วงเย็นๆที่มีอากาศปกคุมไปทั่วลอนดอนสิ่งที่เกิดขึ้นมาในช่วงเวลานั้นชาวบ้านต่างก็คิดกันว่ามันเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นมาและด้วยความหนาวเย็นชาวบ้านก็เลยต้องพึ่งถ่านหินมากกว่าปกติเพื่อที่จะสร้างความอบอุ่นภายในบ้านนั้นเอง

แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็ได้เกิดขึ้นจากหมอกควันธรรมดาที่ยังพอมองเห็นเส้นทางอยู่รางๆและมันก็เริ่มหนาขึ้นๆจากป่องไฟต่างๆที่ได้ขึ้นมาจากบ้านเรือนประชาชนก่อนที่มันจะเริ่มหนาขึ้นเรื่อยจนเอาไม่อยู่และในตอนนั้นเองทางรัฐบาลอังกฤษก็ได้ออกมาแก้ไข้สถานะการณ์เบี้ยงต้น

แต่หมอกควันที่เกิดขึ้นมานั้นมันก็ยังไม่หมดไปสักทีแถมมันยังไม่สามารถที่จะลอยขึ้นไปชั้นบรรยากาศได้เลยก่อนที่หมอกควันนั้นจะหนักขึ้นเรื่อยๆจนไม่สามารถที่จะมองเห็นทางข้างหน้าได้เลยส่วนระยะทางการมองเห็นนั้นก่อนอยู่ประมาณแค่เพียง10เมตรกว่าๆและการทำกิจกรรมกลางแจ้งหลายๆอย่าง

ก็ทำได้ยากขึ้นอย่างเชนงานฟุตบอลหรืองานคอนเสิร์ตก็ต้งถูกระงับไปในที่สุดก่อนที่คนในลอนดอนนั้นจะรู้ตัวมันก็สายก่อนไปสะแล้วเพราะว่าการสะสมของหมอกควันก็เริ่มที่จะหนักขึ้นไปอีกจนทำให้สุภาพคนในเมืองนั้นแย่ลงไปด้วย ส่วนเมืองที่อยู่ไกลลอนดอนมากที่สุดก็คือเมืองฟูแล่ม

ซึ่งมันเป็นการปล่อยมลพิษทางอากาศมากกว่า1,000ต่อวันซึ่งมันมาพร้อมกับก๊าซอันตรายต่อมนุษย์ทั้งสิ้นจากโรงงานถ่านหินต่างๆรอบลอนดอนและในระยะเวลาเพียงแค่3วันเท่านั้นจากวันที่5เข้าวันที่8ธันวาคม คนในลอนดอนนั้นก็เริ่มมีอากาศที่จะเริ่มหายใจลำบากมากขึ้นก่อนที่จะมีปัญหาทางด้านการหายใจไม่รับรู้กลิ่นอะไรทั้งสิ้นจน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  dewabet

ลูกสาวโต้คืน หลังตาวัย 80 ออกมาโวยลูกไม่ยอมเลี้ยงดู

ฟังความอีกด้าน ลูกสาวโต้คืน หลังตาวัย 80 ออกมาโวยลูกไม่ยอมเลี้ยงดูหลังมีการยกมรดกให้

     ก่อนหน้านี้ได้มีเหตุการณ์ที่เป็นข่าวดังออกมา ว่ามีพ่อคนหนึ่งได้ยกมรดกที่ดินให้กับลูก และหลังจากนั้นพอลูกได้มรดกที่ดินแล้วก็ไล่พอออกจากบ้านคนที่ได้ฟังข่าวต่างก็พากันสงสารคุณตาคนนี้กันมาก ต่างก็พากันออกมาต่อว่าลูกของคุณตาว่าแค่คนแก่คนเดียวทำไมไม่เลี้ยง

ทำไมลูกต้องทำกับพ่อแบบนี้ ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดมาจากที่คุณตาเดินทางไปที่ศูนย์ดำรงธรรมแล้วไปร้องเรียนว่าตนเองมีที่ดินหลายสิบไร่แต่ได้แบ่งยกเป็นมรดกให้กับลูกหมดแล้วซึ่งคุณตามีลูกทั้งหมด 6 คนและหลังจากยกมรดกให้ไปแล้วลูกทั้งหกคนก็ไม่มีใครดูแลคุณตาเลย

ทำให้คุณตาต้องไปสร้างกระต๊อบเล็กเล็กเป็นที่ซุกหัวนอนแล้วก็ต้องต่อน้ำต่อไฟมาจากบ้านของลูกส่วนสาเหตุที่ต้องมาร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมก็เพราะว่าตอนเองต้องการที่จะเข้าไปสูบน้ำเพื่อที่จะจับปลาในสระของตัวเอง ลูกก็ด่าก็ว่าและบอกว่าพ่อไม่มีสิทธิ์ทำให้คุณตาเลยต้องมาร้องกับศูนย์ดำรงธรรมและเมื่อข่าวนี้ออกไปคนก็พากันด่าลูกว่าแค่เรื่องสูบน้ำทำไมให้พ่อทำไม่ได้ และนักข่าวก็ได้ลงพื้นที่นักข่าวได้ลงไปเจอกับผู้ใหญ่บ้าน

ซึ่งทางผุ้ใหญ่บ้านบอกว่าเรื่องการทะเลาะกันของตากับลูกของตามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงซึ่งทางผู้ใหญ่บ้านเองก็ลำบากใจเพราะต้องเป็นคนกลาง โดยตาต้องการสุบน้ำเพื่อจับปลา แต่ลูกไม่ให้สูบเพราะต้องเก็บน้ำเอาไว้ใช้กับไร่นา ตอนหน้าแล้ง ไม่งั้นน้ำหมดก็จะไม่มีน้ำใช้ และลูกสะไภ้ของตาได้ออกมาให้ข้อมูลกับนักข่าวว่า ที่ดินที่ตายกเป็นมรดกให้นั้นเป็นที่ดินของเมียคุณตาแล้วเมียของตาแบ่งให้ลูกทั้งสามคน 

และที่สำคัญไม่มีลูกคนไหนทิ้งตาเลย โดยที่คุณตาต้องไปอยู่ที่กระต๊อบเพราะคุณตาอยากไปเอง เพราะลูกลูกของตาทุกคน ต่างก็รวมเงินกันสร้างบ้านหลังใหญ่ให้คุณตาอยู่ โดยมีบ้านอยู่ริมน้ำ แต่คุณตาไม่ยอมไปอยู่เองและทุกวันนี้ลูกลูกก็ส่งเงินให้กับคุณตาใช้ เมื่อนักข่าวไปสัมภาษณ์คุณตา คุณตาก็ยังยืนยันว่าลูกไล่ออกจากบ้านซึ่งชาวบ้านที่อยู่ติดกับตาออกมาบอกว่าที่จริงแล้วลูกของตาดูแลตาดีกันทุกคน ที่ไม่อยากให้สูบน้ำเพราะกลัวตาเป็นลม ส่วนที่อยู่ตาไม่ยอมไปอยู่บ้านหลังใหญ่เอง ตาเป็นคนดื้อและเอาแต่ใจ อยู่กับใครไม่ได้ และลูกๆของตาก็กลัวว่าเงินที่ให้ตาไป ตาจะเอาไปให้ผู้หญิงคนอื่นหมด

จ่ายดอกไม่ทัน เจอประจานถึงทีทำงาน

สาวกู้เงินผ่าน Application จ่ายดอกไม่ทัน เจอประจานถึงทีทำงาน

       มีแถลงข่าวจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอส. ว่าทางเจ้าหน้าที่ได้มีการเข้าไปจับกุมคนจีนและคนไทย ที่มาเปิดบริษัทอยู่แถวรัชดา ซึ่งทั้งสองคนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมมานี้ได้มีการเปิด Application ขื้นมาเป็น appที่เชื่อว่า BahtLoan เป็น appที่จะเปิดให้คนมากู้เงิน

ซึ่งในคดีนี้มีผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อว่า นางสาว จามจุรีย์ อายุ 22 ปีและนายหยูตันฮวนอายุ 27 ปี มาช่วยกันตั้งบริษัทเงินกู้แล้วสร้าง application ที่ชื่อว่า BahtLoan ขึ้นมาเพื่อให้คนที่มีปัญหาทางด้านการเงินเข้าไปกู้เงินผ่าน app นี้ ซึ่งลักษณะการใช้งานของ app นี้ก็คือ เราไปดาวน์โหดลแอ็ป BahtLoanมาแล้วก็เข้าใน app หลังจากนั้นก็กรอกข้อมูลการขอกู้เงิน แค่นี้ก็จะได้เงินมาใช้แล้ว ซึ่งจะอนุมัติง่ายกว่าการกู้กับธนาคารมาก แต่ app นี้โหดกว่าธนาคารมาก ตรงที่ หากคนกู้มีการขอกู้เงินกู้ไปเท่าไหร่

ทางผู้กู้จะถูกหักเงินก่อน 50 % หรือครึ่งหนึ่งของเงินที่กู้เลยทันที และจะมีการระบุวันจ่ายดอกเบี้ยเอาไว้ใน app ว่าจะต้องจ่ายวันไหน และจ่ายเท่าไหร่  ซึ่งคดีนี้เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตามจับกุมคนร้ายได้ มีผู้เสียหายเดินทางมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าทีตำรวจถึง 50 คน ซึ่งภายหลังที่เจ้าหน้าที่จับกุมคนร้ายได้แล้วและไปที่บริษัท ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปพบกับพนักงานของบริษัทแห่งนี้กำลังนั่งทำงานกันอยู่มีทั้งหมดเกือบ 50 คนซึ่งทำหน้าที่เป็น call center ตามทวงหนี้

โดยพนักงานเหล่านี้จะมีการส่งข้อความการทวงหนี้เข้าไปที่มือถือของเพื่อนและทีโทรเข้าไปที่ทำงานของคนที่กู้เงิน ซึ่งข้อมูลเบอร์โทรที่บริษัทนี้ได้มานั้นมาจากตอนที่คนกู้กรอกรายละเอียดจะมีข้อความขอเข้าถึงข้อมูลทางโทรศัพท์ซึ่งนี่เองจะเป็นการเปิดโอกาสให้พวกมิจฉาชีพสามารถหาข้อมุลการโทรออก รับสายของคนกู้ได้ และหากเราไม่จ่ายหนี้พนักงาน call center เหล่านี้จะมีการส่งข้อความไปประจานที่เบอร์มือถือของเพื่อนของคนที่กู้ ประมาณว่าเพื่อนคนนี้ของกู้มีการกู้เงินและไม่ยอมจ่ายดอกเบี้ย

ทำให้ตอนนี้เขากำลังจะโดนฟ้องฝากให้ไปบอกเพื่อนของคุณด้วย ปัจจุบันมีคนเสียหายมากกว่า 50 คนและมีหญิงสาวคนหนึ่งที่เป็นผู้ที่เคยใช้ app นี้ได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า ตนเองได้หลงเข้าไปกู้เงินกับ app ดังกล่าวและมีการผิดนัด โดยชำระช้าเกินไป1 วัน ทำให้ถูกคิดค่าจ่ายเงินช้า 300 บาทและยังต้องเสียเงินค่าติดตามทวงหนี้อีก 900 บาทและถ้ายังไม่จ่ายทางบริษัทเงินกู้จะมีการประจานไปที่เพื่อนและบริษัท จนในที่สุดทางบริษัทที่หญิงสาวคนที่ทำงานอยู่ก็เรียกเธอไปตำหนิจนทำให้เธอต้องลาออก 

ลูกจ้างเนรคุณแทงนายจ้างแก่ไป 10 กว่าแผล

ลูกจ้างเนรคุณ แทงนายจ้างแก่ไป 10 กว่าแผล เพียงค่าโดนต่อว่าเรื่องเบิ้ลรถเสียงดัง

    ที่จังหวัดสตุลได้มมีเหตุการณ์คนแก่ อายุประมาณ 71 ปีได้ถูกคนร้ายซึ่งเป็นลูกจ้างวัยเพียง 22 ปีโดยคนร้ายเอาอาวุธมีแทงชายแก่คนดังกล่าวที่มีฐานะเป็นนายจ้างไปจำนวน 10 กว่าแผลทำให้ชายแก่คนดังกล่าวเสียชีวิต ซึ่งเหตุเกิดภายในสวนปาร์มของคนที่เสียชีวิต ซึ่งเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งศพไปตรวจพบว่าคนร้ายได้ใช้มีดแทงทั้งคอและหลังมากกว่า 10 จุดหลังจากแทงคนแก่ตายแล้วคนร้ายยังกลับไปนอนยังที่พักของตนเองได้หน้าตาเฉย

ซึ่งภายหลังที่มีคนพบศพชายแก่ เจ้าหน้าทีตำรวจก็ไปตามจับตัวคนร้ายได้ หลังจากจับกุมได้แล้วคนร้ายได้รับสารภาพและเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ตนเองทำงานเป็นลูกจ้างของผู้ตาย และเมื่อพี่ชายของตนมาหา หลังจากผู้ตายรู้ว่าพี่ชายของตนตกงานก็รับมาเป็นลูกจ้างด้วย ซึ่งทางคนร้ายแจ้งว่าที่ลงมือก่อเหตุเพราะคนตายมักจะชอบมาต่อว่าตนเอง เรื่องที่ตนเองเวลาขับรถเข้ามาทำงานในสวนปาร์มมักจะทำการเบิ้ลรถมอร์เตอร์ไซส์เสียงดัง และมีควันออกมาจากท่อไอเสีย

ซึ่งคนตายมักจะต่อว่าคนก่อเหตุเรื่องนี้อยู่บ่อยบ่อย และในวันเกิดเหตุคนร้ายก็ขับรถเข้ามาทำงานที่สวนปาร์มปกติแต่ระหว่างที่ขับรถเข้ามานั้น คนร้ายก็เหตุคนตายยืนอยู่ข้างทางและกวักมือเรียกคนร้ายให้เข้าไปหาซึ่งพอคนร้ายจอดรถแล้วก็เดินเข้าไปหาคนตาย และถามนายจ้างว่ามีอะไร ซึ่งคนร้ายบอกว่าคนตายได้เรียกเขาเข้าไปต่อว่าด้วยถ้อยคำหยาบคายเรื่องที่เขาเบิ้ลเครื่องเข้ามาในสวนและสั่งให้เขาขับรถให้ช้าช้าหน่อย

เมื่อด่าเสร็จคนตายก็หันหลังเดินจากไป แต่ตัวเองโมโห จึงได้เอามีดที่พกติดตัวมาแทงผู้ตายจากทางด้านหลังทั้งที่คอและที่หลังไปจำนวน 10 กว่าจุด และหลังจากแทงเสร็จแล้วก็ขับรถหลบหนี จนเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตามจับกุมได้ในที่สุด  ซึ่งเมื่อถูกจับกุมไปแล้วได้มีการให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่าอันที่จริงแล้วนายจ้างเป็นคนดี และช่วยเหลือตัวเองมาตลอด

และเมื่อนักข่าวไปสัมภาษณ์ชาวบ้านใกล้ใกล้ต่างก็พากันโกรธแค้นคนร้ายมาก เพราะชาวบ้านหลายคนต่างออกมายืนยันว่าคนตายเป็นคนดี คอยช่วยเหลือชาวบ้านและทุกคนแถวบ้านตลอด ทุกคนรักคนตายกันมาก และไม่เชื่อว่าคนตายจะด่าคนร้ายด้วยถ้อยคำหยาบคาย เพราะตั้งแต่รู้จักกันมาพวกชาวบ้านไม่เคยได้ยินคนตายเคยด่าใครเลยสักครั้งเดียว

เปิดโครงการสมัครใจลาออกเพื่อลดจำนวนพนักงานช่อง3

ในตอนที่ประเทศไทยมีสภาวะเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองอย่างนี้ช่อง3ได้เปิดโครงการสมัครใจลาออกเพื่อต้องการที่จะลดจำนวนประชากรของพนักงานลงโดยต้องการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันการทำงานของพนักงานในองค์กรให้สูงขึ้นและควบคุมขนาดขององค์กรไม่ให้มีขนาดใหญ่มากเกินไป

     หากยังคงจำกันได้เมื่อช่วงปีพ.ศ. 2562 ช่องสามได้มีการเลิกจ้างพนักงานในองค์กรของตัวเองรวมทั้งสิ้น 154 คนโดยในตอนนั้นทางช่องสามนี่ออกมาบอกกับทุกคนว่าต้องการที่จะมีการปรับปรุงโครงสร้างขององค์กร ซึ่งในครั้งนั้นช่องสามได้ประกาศให้พนักงานคนไหนที่ตัดสินใจที่จะลาออกสามารถลาออกได้โดยทางช่องสามจะมีการจ่ายเงินเยียวยาให้เป็นพิเศษซึ่งระบุว่าจะจ่ายให้มากกว่าที่กฎหมายกำหนดให้กับพนักงานที่ลาออกด้วย

โดยช่องสามไม่มีนโยบายที่จะจริงพนักงานออกดังนั้นจึงขอความสมัครใจจากพนักงานหากคนไหนไม่อยากจะทำงานกับช่องสามก็สามารถออกได้ทันทีจนเวลาผ่านเข้ามาในปีพ.ศ. 2563    

ในครั้งนี้ทางช่องสามได้มีประกาศของการออกมาอีกครั้งเป็นโครงการสมัครใจลาออกเนื่องจากในช่วงนี้สภาวะเศรษฐกิจไม่ดีลูกค้าไม่ค่อยซื้อโฆษณาดังนั้นทั้งสามจึงต้องมีการปรับปรุงโครงสร้างขององค์กรให้มีขนาดเล็กลงเพื่อที่จะสามารถดำเนินธุรกิจไปต่อได้โดยโครงการนี้จะเปิดให้พนักงานได้เข้ามาลาออกในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันเหมือนกับปีที่แล้วที่จะไม่มีการบังคับให้พนักงานคนไหนลาออกแต่ทางช่องสามจะให้จิพนักงานแต่ละคนตัดสินใจด้วยกันเองว่าจะอยู่กับองค์กรต่อหรือจะลาออกไปซึ่งของการนี้จะเป็นการให้พนักงานตัดสินใจด้วยตนเองอย่างแท้จริงจะไม่มีการบังคับใดใดทั้งสิ้น

     อย่างที่เราทราบกันดีอยู่ว่าตอนนี้เศรษฐกิจของประเทศไทยไม่ได้ดีเป็นอย่างมากหลายบริษัทต้องปิดกิจการลงเพราะ เพราะปัญหาเศรษฐกิจและยังมีอีกหลายบริษัทที่กำลังจะปิดตัวลงในไม่ช้าและยังมีอีกหลายบริษัทที่ต้องมีการพัฒนาบริษัทของตัวเองเพื่อให้อยู่รอดให้ได้ในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้

อย่างนี้นั่นก็คือช่องสามที่คนไทยรู้จักกันดีในการทำข่าวทำละครที่มีคุณภาพแต่เนื่องจากในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ทางผู้บริหารเล็งเห็นว่าหากปล่อยทิ้งไว้แบบนี้ต่อไปช่องสามอาจจะต้องปิดกิจการตามธุรกิจอื่นๆไปดังนั้นจึงต้องมีการปรับขนาดขององค์กรเพื่อที่ให้ช่องสามยังสามารถอยู่ต่อไปได้และสามารถทำกำไร ให้กับบริษัทโดยไม่ให้ขาดทุนเพื่อที่บริษัทจะได้เติบโตและอยู่ต่อไปได้อย่างมั่นคงในอนาคตข้างหน้าดังนั้นทางช่องสามจึงได้ประกาศโครงการนี้ออกมาเพื่อเป็นทางเลือกให้กับพนักงานว่าจะอยู่กับองค์กรหรือใครจะไปจากองค์กร